I Wish – [Bruce W./Clark K.]

Title : I Wish

Pairing : Bruce Wayne/Clark Kent

Note : เนื่องในโอกาสวันเทศกาลทานาบาตะค่ะ (วันที่ 7 เดือน 7)


…..4216080b5bb4714d1224e352457544e1_m

….

 

มะรืนนี้จะเป็นวันที่ 7 กรกฎาคม หรือ วันที่ 7 เดือน 7

 

สำหรับคลาร์ก เคนท์ แล้ว มันควรจะเป็นวันธรรมดาวันหนึ่งที่ไม่สลักสำคัญอะไร เพราะไม่ได้เป็นวันเดดไลน์ส่งสกู๊ปข่าวให้เพอร์รี่หรือมีนัดสัมภาษณ์บุคคลนอกสถานที่

 

หากแต่ปีนี้ต่างไปจากปีก่อนๆที่ผ่านมา

 

“วันที่เจ็ดตอนเย็นเธอว่างไหมคลาร์ก?” ปลายสายเอ่ยถามเสียงทุ้ม ชายหนุ่มนักข่าวจึงหันไปดูปฏิทินตั้งโต๊ะข้างๆคอมพิวเตอร์ที่หน้าวันที่ถูกขีดเขียน วงรอบวันที่พร้อมตัวหนังสือยิกๆไว้มากมาย

 

          “อืมม…ว่างครับ ไม่มีงานด่วนอะไรเข้ามา มีอะไรหรือเปล่าครับคุณเวย์น?”

 

          ไม่มีเสียงตอบรับใดๆกลับมา คลาร์กละโทรศัพท์ออกจากข้างหูดูหน้าจอก็ไม่เห็นว่าสายถูกตัดทิ้งแต่อย่างใด คิ้วเรียวเลิกขึ้นอย่างฉงนก่อนจะแนบหูฟังอีกครั้ง “คุณเวย์น? ฮัลโหล ได้ยินไหมครับ?”

 

          “ฉันยังไม่วางสาย” บรูซตอบกลับมาในที่สุด คลาร์กคิดว่าอีกฝ่ายคงจะจมอยู่ในห้วงความคิดของตัวเองไปชั่วขณะกระมัง นั่นทำให้ชายหนุ่มเผลออมยิ้มอย่างขบขันกับความมึนๆของคุณซีอีโอชื่อดัง

 

          บรูซถอนหายใจรอบหนึ่งแล้วเอ่ยต่อว่า “เรื่องก็คือ…ฉันอยากให้เธอมางานเทศกาลทานาบาตะที่ย่านชาวญี่ปุ่นในก็อตแธมด้วยกัน”

 

          ดวงตาของคลาร์กเบิกขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย หน้าก็พลันร้อนๆขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก “คุณ…กำลังชวนผมไป…ใช่ไหมครับ?”

 

          “ใช่” ปลายสายตอบสั้นๆก่อนจะรวบรัดตัดความทั้งหมด “วันที่เจ็ดตอนเย็นถ้าเธอเลิกงานเมื่อไหร่ก็บอกด้วย ฉันจะให้อัลเฟรดไปรับเธอมาที่บ้านฉัน แล้วเราค่อยออกไปด้วยกัน ตามนี้นะ สวัสดี”

 

          ชายหนุ่มนึกถึงเรื่องเมื่อวันสองวันก่อนที่มหาเศรษฐีแห่งก็อตแธมโทรมาชวนตนไปงานเทศกาลของชาวญี่ปุ่นด้วยกันแล้วอมยิ้มเล็กน้อยอย่างเขินๆ มือหยิบปากกาน้ำเงินเขียนตัวหนังสือเล็กๆไว้บนปฏิทินวันที่ 7 พร้อมกับวาดรูปดาวไว้อีก 3 ดวง แล้วค่อยลงมือทำงานต่อ

 

วันพิเศษทั้งที่ก็ต้องทำเครื่องหมายไว้เด่นๆเสียหน่อย…

 

วันที่ 6 ผ่านไปเร็วราวกับเดอะแฟลช พริบตาเดียวก็เข้าสู่วันที่ 7 แล้ว คลาร์กพยายามเคลียร์งานทั้งหมดให้เสร็จก่อนเวลาเลิกงาน ทั้งเช็คว่ามีประชุมต่อไหม หรือมีงานตรงไหนที่เพิ่มเข้ามาและพอจะทำให้เสร็จได้อีก สุดท้ายก็ผ่านไปได้ด้วยดี และตอนนี้เขาก็กำลังนั่งรอพ่อบ้านมารับหลังจากโทรไปเมื่อยี่สิบนาทีก่อน

 

สักพักรถยนต์คันสีดำเรียบหรูแล่นมาหยุดตรงหน้าพร้อมกับลดกระจกลง ชายหนุ่มนักข่าวก้มมองนาฬิกาแล้วเอ่ยทักอย่างทึ่งๆปนขบขัน

 

“เหยียบเท่าไหร่ครับเนี่ยอัลเฟรด? ใช้เวลาน้อยมากเลย”

 

อัลเฟรด เพนนีเวิร์ธ คลี่ยิ้มสุภาพ “ปกติก็ไม่เหยียบขนาดนี้หรอกครับถ้าไม่มีใครโทรเร่งตลอดเวลา”

 

คนฟังหัวเราะออกมาอย่างเข้าใจว่าคุณพ่อบ้านคนเก่งกำลังหมายถึงใครก่อนจะกล่าวขอโทษเบาๆอย่างเกรงใจแล้วขึ้นรถตรงไปยังมหานครก็อตแธม

 

“คุณเวย์นรออยู่‘ข้างล่าง’นะครับคุณลงลิฟท์ไปได้เลย” อัลเฟรดกล่าวเมื่อรถจอดเทียบนิ่งสนิทในโรงเก็บรถใต้ชายคาเรือนกระจก คลาร์กขอบคุณพร้อมค้อมศีรษะแล้วก้าวลงจากรถเดินเข้าตัวบ้านและลงลิฟท์ไปยังชั้นล่างตามที่พ่อบ้านบอก

 

สิ่งที่สะดุดตาคลาร์กเป็นอย่างแรกทันทีที่ออกมาจากลิฟท์คือแผ่นหลังแข็งแรงของผู้เป็นเจ้าบ้านที่นั่งหันหลังให้เขา เรียวขายาวก้าวเข้าไปใกล้กว่าเดิมเพื่อชะโงกมอง พบว่าเจ้าตัวกำลังง่วนอยู่กับการตัดกระดาษ โต๊ะที่ปกติจะวางด้วยเอกสารข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเหล่าอาชญากรบัดนี้ถูกแทนที่ด้วยกระดาษแผ่นยาวๆขนาดเล็กหลากสี ริมฝีปากของชายหนุ่มคลี่ยิ้มพลางทักขึ้นว่า

 

“เดี๋ยวนี้ไม่ใช้กรรไกรตัดตรงเป็นกรรไกรซิกแซกแล้วนะครับ ขอบกระดาษตรงสวยเชียว”

 

“มาถึงก็ล้อเลยนะ” เสียงทุ้มใหญ่เปรยขึ้น มือวางกรรไกรกับกระดาษแล้วหมุนเก้าอี้มาหาผู้มาเยือน เผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลามีริ้วรอยตามวัยที่ดูแช่มชื่นกว่าปกติ

 

คลาร์กหัวเราะเบาๆ ก่อนจะร้องอุทานออกมาเมื่อจู่ๆก็ถูกกระตุกแขนให้เซถลาลงไปบนตักของคนที่นั่งอยู่ วงแขนสองข้างของ บรูซ เวย์น ยกโอบรอบเอวนักข่าวคนเก่งพลางกระชับเข้ามาให้ใกล้มากขึ้น เรียกสีแดงระเรื่อบนใบหน้าอีกฝ่ายได้เป็นอย่างดี

 

“เหนื่อยไหมวันนี้?” หนุ่มใหญ่ถามสั้นๆ คลาร์กส่ายหน้ายิ้มๆ “เหนื่อยนิดหน่อยครับ แต่พอนึกได้ว่าวันนี้มีคนเลี้ยงดินเนอร์ก็หายเหนื่อยเลยครับ” พูดจบก็ขำคิกคักเมื่อถูกบีบปลายจมูกเล่นด้วยความหมั่นเขี้ยว บรูซค่อยๆคลายแขนออกแล้วหันกลับไปตัดกระดาษต่อ คลาร์กจึงวางกระเป๋าแล้วหาเก้าอี้มานั่งข้างๆ

 

“คุณตัดกระดาษเยอะแยะเลยนะครับ”

 

“ทังซะคุ* น่ะ เอาไว้เขียนคำอธิษฐาน เคยได้ยินมาบ้างใช่ไหม?”

 

คลาร์กส่ายหน้า “อืม…ไม่เคยได้ยินครับ ผมไม่ค่อยได้ตามเรื่องราวแถบตะวันออกสักเท่าไหร่”

 

บรูซไหวไหล่นิดๆ ทำเสียงฮึมฮัม “ฉันก็เพิ่งรู้รายละเอียดครึ่งชั่วโมงก่อนหน้าที่เธอจะมานั่นล่ะ” พูดจบก็หยิบกระดาษที่ตัดเรียบร้อยแล้วออกมาวางเรียงกัน 5 ใบ

 

“เราจะเขียนคำอธิษฐานลงบนเจ้านี่แล้วเอาไปแขวนบนไม้ไผ่ เขาว่าจะทำให้คำอธิษฐานกลายเป็นจริง กระดาษที่จะเขียนก็มีห้าสี ความหมายก็ต่างกันไป…สีเขียวขอเรื่องการงาน สีฟ้าเรื่องความสุข สีชมพูเกี่ยวกับความรัก สีแดงเรื่องความสำเร็จ สุดท้ายสีเหลือง…เกี่ยวกับโชคลาภเงินทอง”

 

ชายหนุ่มนักข่าวขยับกรอบแว่นพลางอุทานอื้อหือ “คุณจะเลือกสีไหนเหรอครับ? แล้วจะเขียนว่าอะไร?”

 

“จะให้ฉันบอกเหรอ?” ใบหน้าคมคายหันมาถามด้วยรอยยิ้มมุมปาก “เรื่องสีน่ะไม่เท่าไหร่ แต่ว่ากันว่าคำอธิษฐานถ้าบอกให้คนอื่นรู้มันจะไม่สมหวังนะ”

 

“อ้าว จริงเหรอครับ โอเค งั้นผมไม่ถามคุณต่อแล้ว” คลาร์กอุทานอย่างซื่อๆตามประสาคนไม่เคยรู้เรื่องมาก่อนจนบรูซเห็นแล้วอดไม่ได้ที่จะฉกแก้มสักรอบด้วยความเอ็นดู คนถูกหอมร้องเบาๆประท้วงก่อนจะเปลี่ยนมาให้ความสนใจกับการเลือกกระดาษสีตรงหน้าไปอีกพักใหญ่

 

เสียงนาฬิกาตีบอกเวลาหกโมงเย็น เป็นสัญญาณว่าถึงเวลาที่จะต้องเตรียมตัว สองฮีโร่แยกย้ายกันไปทำธุระส่วนตัวจนเสร็จแล้วออกเดินทางไปยังจุดหมายที่อยู่ในตัวเมืองก็อตแธม ไม่นานนักอัลเฟรดก็ขับรถมาถึงหน้าทางเข้างาน ส่งเจ้านายกับคนพิเศษของเจ้านายเสร็จเรียบร้อยก็ขับออกไป

 

“อัลเฟรดก็วนอยู่แถวนี้ล่ะ แต่เขาจะไม่ได้มาเดินกับเรา” บรูซว่า “ฉันมีเวลาอยู่กับเธอได้แค่ถึงสามทุ่ม ขอโทษด้วยนะที่เป็นออกปากชวนแท้ๆแต่อยู่ด้วยกันจนจบงานไม่ได้”

 

คลาร์กยิ้มสุภาพ “ไม่เป็นไรหรอกครับ แค่คุณชวนผมมาเที่ยวเทศกาล…ผมก็ดีใจแล้ว” ชายหนุ่มเข้าใจถึงเวลาอันจำกัดของอีกฝ่าย แม้จะมีช่วงเวลาให้พักผ่อนกายและใจ ถึงกระนั้นบรูซก็ไม่สามารถละทิ้งงานของตนได้…อาชญากรไม่มีวันหยุด อัศวินรัตติกาลก็ไม่ควรจะมีวันหยุดเช่นกัน

 

ร่างสูงใหญ่ทั้งสองเดินเคียงคู่กันเข้างาน ภายในงานมีผู้คนมากหน้าหลายตาเดินกันขวักไขว่ จับจ่ายซื้อของด้วยรอยยิ้มเปี่ยมสุข ส่วนใหญ่เป็นชาวญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ในก็อตแธมแต่ก็ใช่ว่าชาวอเมริกันและชนชาติอื่นๆจะน้อยกว่ามากไปซะทีเดียว สองข้างทางเป็นร้านรวงที่ตั้งเป็นแนวยาวไกลสุดตา ตามจุดต่างๆประดับด้วยโคมไฟญี่ปุ่นหลากสีส่องสว่าง เสริมให้ชุดยูคาตะสีดำของบรูซไม่ดูหม่นหมองจนเกินไป ส่วนคลาร์กนั้นสวมยูคาตะสีน้ำเงินขับผิวให้ดูขาวนวลกว่าเดิม

อุปกรณ์ตกแต่งฉลองงานเทศกาลทานาบาตะแขวนเรียงรายไปทั่วบริเวณ เหนือศีรษะที่เห็นเด่นชัดสุดคือ ฟุคินะงะชิ* ธงยาวหลากสี สัญลักษณ์แทนผ้าที่ถักทอด้วยฝีมือของเจ้าหญิงโอริฮิเมะ ตามต้นไม้ไผ่นอกจากทังซะคุแล้วยังมีคินจาคุ* คามิโกโรโมะ* โทอะมิ* โอริซุรุ* และ คุซุคาโงะ* ซึ่งล้วนมีความหมายที่ช่วยส่งเสริมสภาพความเป็นอยู่ในการดำรงชีวิตทั้งสิ้น นอกจากนั้นยังมีอาหารญี่ปุ่นวางขาย โดยอาหารยอดนิยมประจำเทศกาลทานาบาตะหนีไม่พ้นทาโกะยากิ* ยากิโทริ* และฮาชิมากิ* มีเพิ่มเติมเข้ามาคือเมนูทานาบาตะ โซเมง* ด้วย

 

คลาร์กยอมรับว่าเมื่อกลางวันเขาทานอาหารน้อยมากเพราะรู้ว่าตอนเย็นน่าจะได้ทานเยอะอยู่ การเก็บท้องเผื่อเอาไว้จึงไม่เก้อแต่อย่างใด นักข่าวคนเก่งแวะซื้อของกินตลอดงานจนเต็มไม้เต็มมือต้องแบ่งให้คุณซีอีโอช่วยถือให้ แม้บรูซจะปฏิเสธไม่ทานของที่คลาร์กซื้อมา แต่สุดท้ายเขาก็ถูกคะยั้นคะยอให้ลองชิมจนครบทุกเมนูอยู่ดี

 

“บรูซ คุณทานอีกชิ้นสิครับ” เสียงใสๆดังข้างตัวพร้อมกับไม้ที่จิ้มอาหารชิ้นกลมราดซอสถูกยื่นมาตรงปาก

 

บรูซขยับใบหน้าตัวเองให้ถอยออกมาเล็กน้อยก่อนจะกล่าวดุๆปนเอ็นดู “กินไม่หมดแล้วจะให้ฉันช่วยกินล่ะสิ ร้ายนะเธอน่ะ เสียใจ ฉันอิ่มแล้ว”

 

คลาร์กอมยิ้มซุกซน “แล้วป้อนแบบนี้ยังจะอิ่มอยู่หรือเปล่าครับ?” พูดจบก็งับลูกทาโกะยากิเอาไว้จ้องตาสีเฮเซลของคนตัวสูงกว่าเล็กน้อย

 

ร้าย ร้ายมาก ซูเปอร์แมนไม่ได้ใสซื่ออย่างที่ใครต่อใครมองเลยสักนิด

 

          มหาเศรษฐีร้องในใจก่อนจะแก้เผ็ดด้วยการเอานิ้วจิ้มดันให้ทาโกะยากิเข้าปากอีกฝ่ายจนคลาร์กเกือบสำลักต้องรีบอมไว้ก่อน ชายหนุ่มมองคนทำอย่างนึกไม่ถึงว่าจะทำกันแบบนี้ และก็ต้องอึ้งรอบสองเมื่อบรูซโน้มใบหน้าลงมา ประทับริมฝีปากที่เรียวปากด้านบนหนักๆหนึ่งทีก่อนจะผละออกไปพร้อมกับยิ้มมุมปากชวนให้ดูหล่อร้ายกว่าเดิม

 

ยกนี้บุรุษเหล็กจึงเป็นฝ่ายพ่ายแพ้อัศวินรัตติกาลไปตามระเบียบ

 

 

จนถึงช่วงหนึ่ง บรูซก้มมองนาฬิกาข้อมือ สองทุ่มสิบห้าแล้ว…

 

          “คลาร์ก” หนุ่มใหญ่หันไปหาคนข้างกายที่กำลังยืนเคี้ยวหมึกปิ้งชิ้นสุดท้ายอยู่ เจ้าของชื่อหันมามองด้วยแววตาเป็นคำถาม “อั๊บ?(ครับ?)”

 

“ใกล้เวลาแล้วล่ะ เราคงต้องไปแขวนกระดาษที่ไม้ไผ่ได้แล้วนะ” ได้ยินดังนั้นชายหนุ่มพยักหน้าแล้วรีบเคี้ยวๆกลืนๆให้เสร็จ “โอเค ไปกันเถอะครับคุณเวย์น”

 

บรูซจูงมือคลาร์กมายังบริเวณที่กอต้นไผ่ที่ถูกนำมาตั้งเอาไว้มากที่สุด ตามกิ่งไผ่มีทังซะคุหลากสีแขวนเกือบเต็มพื้นที่รวมไปถึงอุปกรณ์ตกแต่งอื่นๆ ชายกระดาษไหวเล็กน้อยตามสายลมอ่อนๆที่พัดมา โคมไฟเหนือต้นไผ่ทอแสงนวลชวนให้รู้สึกอบอุ่นยิ่งนัก ร่างสูงหยุดยืนจุดที่ว่างไม่มีผู้คนเฝ้ารอแขวนกระดาษบนกิ่งไผ่ก่อนจะหันมาหาคนตัวเล็กกว่าไม่มาก

 

“ตรงนี้ล่ะ” คลาร์กพยักหน้ายิ้มๆแล้วหยิบกระดาษเขียนคำอธิษฐานออกมา เขาเขียนไว้เรียบร้อยแล้วเช่นเดียวกับบรูซ แถมยังใช้กระดาษสีเหมือนกันด้วย…คลาร์กขยับตัวมายืนตรงข้ามกับบรูซก่อนจะต่างคนต่างแขวนทังซะคุบนกิ่งไผ่เดียวกัน

 

นัยน์ตาสองคู่สีแตกต่างสบกันเนิ่นนาน ผ่านช่วงท่อนแขนที่ยกขึ้นเหนือเพื่อแขวนคำอธิษฐาน

 

“คืนนี้ฟ้าปลอดโปร่งดีนะครับ” หลังแขวนเสร็จชายหนุ่มนักข่าวพยายามชวนคุยแก้เขิน ใบหน้านวลเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่ประดับด้วยดวงดาว หากมองด้วยสายตาปกติในเวลานี้คงจะไม่เห็นอะไรมาก แต่พลังของคลาร์กทำให้เจ้าตัวรู้ได้ว่าดาวนับล้านทอประกายระยิบระยับมากแค่ไหนในค่ำคืนนี้

 

บรูซเงยหน้าขึ้นมองบ้างชั่วครู่ก่อนจะก้มกลับลงมา มือใหญ่ประคองนิ้วเล็กกว่าทั้งสี่ของอีกฝ่ายหลวมๆ ริมฝีปากคลี่ยิ้มอ่อนโยน “ต้องปลอดโปร่งแบบนี้แหละ…ฮิโกโบชิถึงจะได้เจอกับเจ้าหญิงโอริฮิเมะยังไงล่ะ”

 

ว่ากันว่าผู้คนมักจะภาวนาให้วันที่ 7 เดือน 7 เป็นวันที่ท้องฟ้าสดใสอยู่เสมอ เพราะเหล่าฝูงนกกางเขนจะสามารถบินมาเชื่อมเป็นสะพานข้ามแม่น้ำอะมะโนะ คาวะหรือทางช้างเผือกให้โอริฮิเมะ เจ้าหญิงแห่งดวงดาวกับคนเลี้ยงวัวนามฮิโกโบชิได้มาพบและเคียงข้างกันได้ หากในปีนั้นเกิดมีฝนตึกขึ้นมา ฝูงนกกางเขนก็มิอาจมาได้ ทั้งสองจึงต้องรอไปอีกหนึ่งปีกว่าจะได้ใกล้ชิดกันอีกครั้ง

 

“แค่ปีละครั้งเองนะครับ เทนไตใจร้ายจัง” คลาร์กเปรยอย่างขัดใจเล็กน้อย บรูซหัวเราะในลำคอเมื่อได้ยินอีกคนกล่าวเช่นนั้น “ฉันว่าสองคนนั้นก็ยังโชคดีกว่าพวกเรานะ อย่างน้อยพวกเขาก็ได้เจอหน้ากันทุกวันตั้งแต่โลกถือกำเนิดจนถึงตอนนี้ถึงแม้จะคนละฟากฝั่งแม่น้ำ…แต่ดูคนเราสิ บางคนก็แทบไม่ได้เจอกันเลยทั้งที่มีโอกาสแท้ๆ เมืองก็อยู่ใกล้กันก็ไม่ยอมมา”

 

“งอแงอีกแล้วนะครับคนแก่” คลาร์กหัวเราะบ้าง ทำไงได้ล่ะ จะให้เทียวไปเทียวมาระหว่างสองเมืองทุกวันก็ไม่ไหว ถึงจะพริบตาเดียวก็เหาะไปถึงก็อตแธมก็เถอะ คนตรงหน้าก็ไม่ว่างมาเจอด้วยอยู่ดี ใครกันแน่ที่ปิดโอกาสไม่ให้ได้เจอกันน่ะ

 

มหาเศรษฐีถอนหายใจก่อนจะดึงร่างนักข่าวคนเก่งเข้ามาใกล้ กระชับแขนแกร่งโอบรอบเอวคอดกับแผ่นหลังแข็งแรงให้กายแนบชิดกว่าเดิมพลางซุกใบหน้าเข้าด้านข้าง สูดกลิ่นหอมอ่อนๆของสบู่ที่ชายหนุ่มใช้อยู่ประจำอย่างอ้อยอิ่ง…ด้านคลาร์กเองก็ระบายยิ้มแล้วเอนศีรษะซบอกแกร่งตรงหน้าผ่านเนื้อผ้า

 

…เป็นอีกช่วงเวลาที่หัวใจสองดวงได้ใกล้ชิดกันอีกครั้ง ดั่งฮิโกโบชิกับโอริฮิเมะที่ได้กลับมาเคียงข้างกันหลังจากเฝ้ารอมานานนับปี…

 

จนกระทั่งเสียงของอัลเฟรดดังขึ้นจากหูฟังไร้สาย เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าค่ำคืนเทศกาลทานาบาตะของสองฮีโร่ได้สิ้นสุดลงแล้ว

 

“คืนนี้ค้างที่นี่ไหม? จะได้ให้อัลเฟรดรีบซักเสื้อผ้าให้ เธอจะได้มีใส่ไปทำงานพรุ่งนี้” บรูซถาม อย่างน้อยให้คลาร์กได้ค้างสักคืนก็ยังดี มันคงจะรู้สึกดีไม่น้อยถ้ากลับมาจากลาดตระเวนเหนื่อยๆแล้วเห็นพ่อเอเลี่ยนตัวแสบนอนหลับปุ๋ยน่ารักๆอยู่บนเตียงของเขา

 

คลาร์กยิ้มขบขันขณะเปิดประตูก้าวขึ้นรถ “ดึกขนาดนี้ผมขี้เกียจกลับแล้วครับ จะอยู่แย่งเตียงนอนคุณนี่ล่ะ”  บรูซได้ฟังก็หัวเราะหึหึแล้วเข้ามานั่งตามก่อนจะปิดประตูลง จากนั้นรถยนต์จึงแล่นออกไป

 

“เอ้อ แล้วตกลงคุณเขียนคำอธิษฐานว่าอะไรเหรอครับ?”

 

“ลืมไปแล้วหรือไงว่าบอกไม่ได้”

 

“ก็รู้ครับ…แต่ใบ้มาหน่อยก็ได้นี่นา…”

 

“ก็ได้…ฉันจะใบ้ว่า…มันคล้ายๆกับที่เธอเขียนนั่นล่ะ”

 

 

‘ ขอให้แบทแมนมีกำลังใจในการพิทักษ์เมืองก็อตแธมไปนานๆ ’

 

          ‘ ให้ซูเปอร์แมนมีความหวังในการช่วยปกป้องโลกต่อไป ’

 

          END


กลับมาอีกครั้งกับ one shot วันทานาบาตะค่ะ เป็นอีกรูปแบบที่เราชอบมากค่ะเวลาจับตัวละครจากฝั่งตะวันตกไปอยู่ในเทศกาลหรือวัฒนธรรมฝั่งตะวันออก น่ารักไปอีกแบบ ฮรอล

นี่คือทังซะคุค่ะ พระเอกของงานที่โผล่มานิดเดียว แง 555

31

 

สำหรับอุปกรณ์ตกแต่งวันทานาบาตะ ไล่ลำดับมาเลยนะคะ

  1. คินจาคุ – หมายถึงความสำเร็จด้านการเงิน
  2. คามิโกโรโมะ – ส่งเสริมด้านการเย็บปักถักร้อย งานฝีมือ
  3. โทอะมิ – หมายถึงการทำประมงและการเก็บเกี่ยว
  4. โอริซุรุ – สุขภาพที่ดีและชีวิตที่ยืนยาว
  5. คุซุคาโงะ – การประหยัดอดออม

 

page

อาหาร

  1. ทาโกะยากิ
  2. ยากิโทริ
  3. ฮาชิมากิ มันคือโอโคะโนมิยากิที่ทำเป็นแบบพันไม้ค่ะ
  4. ทานาบาตะ โซเมง โดยเส้นหมี่แทนถึงทางช้างเผือกที่กั้นระหว่างเจ้าหญิงโอริฮิเมะกับฮิโกโบชิด้วยค่ะ
Advertisements

3 thoughts on “I Wish – [Bruce W./Clark K.]

  1. ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ อ่านแล้วหุบยิ้มไม่ได้เลยฟฟฟฟฟฟ น่ารักมากกกก อ่านแล้วอิ่มเอมใจจริงๆ ค่ะ ชอบความอบอุ่นของคุณเวย์นมากๆ แง ขำตอนโทรศัพท์ไปหาน้องพูดเองอะไรเองเสร็จสรรพเลย ถถถถถ น้องคลาร์กน่ารักอีกแล้ว เอเลี่ยนน้อยของพี่(?)มากๆ ดูน้องนุ่มนวลไปหมด น่าทนุถนอมถึงแม้จะเป็นซูเปอร์แมนนี่แหละ 5555 ฟิคอิ่มใจมากค่ะ ฟฟฟฟ บรรยากาศญี่ปุ่นๆ เข้ากับสองคนนี้มากเลย ชอบตอนน้องใส่ยูกาตะด้วย อยากแหวกออก /โดนแบททาแรง น่ารักมาก เขินมาก ขอบคุณสำหรับฟิคน่ารักๆ แบบนี้นะคะ ฟฟฟฟ

  2. โฮ้ยยยย น่าย๊ากกกก แง อุ่นหัวใจมาก เราชอบบรรยากาศที่สุดค่ะ เขียนได้เห็นภาพแล้วก็พลอยมีความสุขกับเขาไปด้วย คลาร์กน่ารัก ดูเป็นผู้ชายนิ่มๆคนนึง ใจดี อ่อนโยน แล้วก็ขี้เล่นหน่อยๆ อยากได้มาเลี้ยงที่บ้าน ฮึก อยากหยำแจ้มน้อง แง้วๆ ส่วนคุณเวย์น บทจะอบอุ่นก็อุ๊นนนนอุ่น ไม่ทิ้งความคูลเวลาพูดเวลาจา ทุกการกระทำของทั้งคู่ทำให้เรารู้สึกว่าเขาคบกันจริงๆเลยค่ะ ประทับใจ เห็นคำอธิษฐานแล้วยิ่งแล้วใหญ่ แง รักกันไปนานๆนะคะ ;—; ขอบคุณสำหรับฟิคน่ารักๆค่าาาา

  3. แง้กกกก เห็นแจ้งเตือนwpก็แล่นมาเลย ฟฟฟฟฟ อบอุ่นน่ารัก ละมุนและเขินสุดๆตั้งแต่บรรทัดแรก 😳 ดีต่อใจจริงๆ นึกภาพน้องถูกคนแก่ดึงนั่งบนตัก มุ้งมิ้งๆแล้วพี่อยากจะกรีดร้องเป็นภาษาคริปโตเนียน ฟฟฟฟฟ ขำคนแก่มึนด้วย ฮืออออ คนอะไรหล่อด้วย ตลกด้วย 😂
    ซีนที่พี่ชอบที่สุดคือตอนบรรยายว่าสองคนใส่ยูกาตะเดินในงานด้วยกันนี่แหละ นึกภาพตามแล้วดีต่อใจเกินบรรยายจริง ;—; และส่วนเรื่องของเรฟก็ดีงามเช่นกัน แม้ว่ารูปอาหารช่วงท้ายจะทำร้ายกันมาก อยากกินทาโกะยากิบ้างจัง น้องคลาร์กป้อนหน่อยสิ— #หลบแบททาแรง
    อ่านไปยิ้มไปตลอดเรื่องจริงๆ ขอบคุณสำหรับฟิคน่ารักๆนะครัซ /โค้งเก้าสิบองศา

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s