Dawn of Us [5]

Title : Dawn of Us [5]

Pairing : Bruce Wayne/Clark Kent

Note :  AU Type, No superheroes, PART I of The Three Musketeers stories


.

musketeers-1st_dawn-of-us

Chapter 5

___________________________________

.

หลายวันต่อมา คลาร์กถูกผู้เป็นแม่ปลุกให้ตื่นแต่เช้าเพื่อไปช่วยเตรียมอาหารเช้าให้บรรดาคุณๆทั้งหลายที่คฤหาสน์ใหญ่ ชายหนุ่มดูงุนงงเล็กน้อยว่าทำไมจู่ๆถึงให้ตนไปช่วยงานครัว ต่อมาจึงรู้ว่าเป็นความต้องการของอัลเฟรดที่อยากให้มาช่วยเพราะหลายวันก่อนคุณชายคนเล็กของบ้านไปโม้ไว้ซะดิบดีถึงฝีมือการทำอาหารของเขา อัลเฟรดจึงหาจังหวะให้คลาร์กได้มีโอกาสโชว์ฝีมือของตนอีกครั้ง

 

เวลาผ่านไปครอบครัวเวย์นก็ทยอยลงมาที่ห้องอาหาร ประจวบเหมาะกับที่ฝ่ายทำครัวทำอาหารเสร็จเรียบร้อยพร้อมเสิร์ฟ

 

“โอ้โห นี่มัน Big Breakfast ของแท้เลยนะเนี่ย” เบนจามิน เวย์น อุทานอย่างตื่นตาตื่นใจกับปริมาณอาหารบนจานตรงหน้า ทั้งไข่ดาว 2 ใบ ไส้กรอกทอดชิ้นใหญ่ หมูแฮม เบค่อน มันฝรั่งทอด ขนมปังปิ้งและมะเขือเทศถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบพร้อมกับราดถั่วหมักซอสลงไปข้างๆด้วย

 

“ปกตินายไม่เคยทำเยอะแยะแบบนี้เลยนะอัลเฟรด” โธมัส เวย์น หันไปกล่าวกับพ่อบ้านอย่างประหลาดใจ อัลเฟรดขยับกรอบแว่นเล็กน้อยแล้วยิ้มจาง ส่ายหน้าปฏิเสธ

 

“ไม่ใช่ผมหรอกครับคุณโธมัส นี่เลย” มือเหี่ยวย่นตบป้าบๆที่สะบักของชายหนุ่มจากสมอลล์วิลล์ คลาร์กก้มหน้างุดอย่างเก้อเขิน “พอดีคุณชายเล็กไปอวดกับผมไว้เรื่องฝีมือทำอาหารของคลาร์ก ผมเลยให้เขามีโอกาสได้ทำให้ทุกท่านได้ทานกันอีกสักรอบ”

 

“น่ากินมากๆเลยนะคลาร์ก ไม่ใช่แค่รสชาติอาหารที่อร่อย อาหารยังออกมาพอดีๆ ไม่สุกเกินไม่ดิบเกิน แถมเธอยังพิถีพิถันในการจัดวางอาหารด้วย” มาร์ธา เวย์นกล่าวชมเปาะหลังจากลองหั่นไส้กรอกแล้วชิมดู ทำเอาพ่อครัวหนุ่มอมยิ้มเขินหนักกว่าเดิม

 

ประมุขของคฤหาสน์เอ่ยต่ออีกว่า “วันนี้ฉันกับบรูซมีประชุมใหญ่กับตัวแทนผู้บริหารบริษัทที่ทำการค้ากับเรา ได้ทานอาหารเช้าหน้าตาน่าทานแถมยังอร่อยขนาดนี้ก่อนไปถือเป็นการเพิ่มพลังที่ดีเลย จริงไหมบรูซ?” ชายสูงวัยหันไปขอความเห็นจากลูกชายคนโต บรูซไม่ได้ตอบอะไรนอกจากพยักหน้าเป็นเชิงเห็นด้วยกับคำพูดของบิดา จากนั้นสายตาของคุณชายใหญ่ก็เบนไปสบกับลูกแก้วสีฟ้าสวยของพ่อครัวคนเก่ง เพียงเสี้ยววินาทีก็เรียกสีจางบนใบหน้าชายหนุ่มได้เป็นอย่างดี

 

หลังจากมื้อเช้าผ่านพ้นไปและครอบครัวเวย์นแยกย้ายกันไปทำงานหมดแล้ว คลาร์กก็กลับมาที่บ้านเพื่อจัดการตัวเองให้เรียบร้อยอีกครั้งก่อนจะกลับไปที่คฤหาสน์เพื่อทำความสะอาดห้องบรรดาคุณๆทั้งหลาย โชคดีที่วันนี้เขาได้เวลาพักเพิ่มขึ้น ไม่ต้องเสียเวลารดน้ำต้นไม้เนื่องจากท้องฟ้าเป็นสีเทามาแต่ไกล อีกไม่นานฝนคงจะตก คลาร์กเริ่มปัดกวาดเช็ดถูห้องนอนไล่ตั้งแต่ห้องคุณท่านทั้งสอง เรื่อยไปยังห้องของเบน โทนี่ และจบที่ห้องของบรูซเหมือนที่เคยทำอยู่เป็นประจำ ขณะที่คลาร์กกำลังปัดฝุ่นชั้นหนังสือภายในห้องของบรูซอยู่นั้น สายตาก็พลันเหลือบไปเห็นวัตถุชิ้นหนึ่งวางเดี่ยวๆอยู่บนโต๊ะทำงานของเจ้าของห้อง

 

คิ้วเรียวของลูกชายแม่บ้านขมวดมุ่น….ปกติคุณชายใหญ่ไม่ใช่คนชอบวางข้าวของทิ้งไว้ เขามักจะเก็บเข้าที่อยู่เสมอ ยกเว้นแต่มันจะเป็นของสำคัญที่จำเป็นต้องใช้ในเร็วๆนี้ ถึงได้วางไว้ให้เห็นได้ชัดเพื่อที่จะไม่ลืมหยิบไป

 

คิดได้ดังนั้นมือก็วางพักไม้ขนไก่เอาไว้ มือตบๆกางเกงเพื่อปัดฝุ่นออกแล้วหยิบแฟ้มเอกสารปกแข็งสีดำขึ้นมาเปิดดู

 

“ความคืบหน้าการร่วมมือทางการค้าและเป้าหมายร่วมถัดไปในอนาคต…ประจำวันที่…..เดี๋ยว…นี่มันวันนี้ไม่ใช่เหรอ???” คำพูดของโธมัสเมื่อเช้าลอยเข้ามาในความคิด คลาร์กเบิกตากว้างก่อนจะพรวดพราดออกไปจากห้อง วิ่งหาพ่อบ้านประจำตระกูลไปทั่วคฤหาสน์

 

“อัลเฟรด! อัลเฟรด!”

 

“มีอะไรหรือเปล่าคลาร์ก? ตะโกนดังวิ่งหน้าตาตื่นมาเชียว” พ่อบ้านสูงวัยเอ่ยถามอย่างฉงน ชายหนุ่มหอบเหนื่อยอยู่ครู่หนึ่งแล้วถามออกไปว่า “วันนี้คุณท่านกับคุณชายใหญ่มีประชุมกี่โมงเหรอครับ? คุณพอรู้บ้างไหม?”

 

“ประมาณสิบโมงน่ะ ทำไมเหรอ?”

 

“ก็คุณชายน่ะลืมแฟ้มเอกสารประกอบการประชุมไว้ในห้อง แล้วนี่มันก็เก้าโมงแล้ว แบบนี้คุณชายจะเอาอะไรไปประชุมล่ะครับ”

 

“โอ้ ตายแล้ว…” อัลเฟรดอุทาน คลาร์กมีสีหน้ากังวลฉายชัด แต่แล้วเขาก็นึกขึ้นได้

 

“ผมจะเอาแฟ้มไปส่งให้คุณชายที่บริษัทเองครับ อัลเฟรดไม่ต้องห่วงนะ ขอตัวก่อนนะครับ” ชายหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่นแล้ววิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว คลาร์กรีบกลับมาเตรียมกระเป๋าของตน หยิบซองกันน้ำที่เขามักจะพกติดกระเป๋าอยู่เสมอออกมาแล้วยัดแฟ้มลงไป จากนั้นร่างสมส่วนจึงยืนพิจารณาสภาพของตัวเองอยู่ชั่วขณะอย่างชั่งใจ

 

สารรูปดูไม่ได้เลย ไม่มีความทางการใดๆ ควรเปลี่ยนชุดก่อนดีไหมนะ?

 

“ไม่ได้ เดี๋ยวไม่ทัน” ถามเองตอบเอง นี่ไม่ใช่เวลาจะมาห่วงเสื้อผ้าตัวเองแล้ว มีภารกิจสำคัญมากกว่านั้นที่ต้องทำ ลูกชายแม่บ้านประจำคฤหาสน์เวย์นจัดแจงสะพายกระเป๋าแล้วเร่งเดินทางออกจากคฤหาสน์ทันที…การจราจรบนท้องถนนในเมืองก็อตแธมวันนี้ดูคับคั่งกว่าทุกวัน ทำให้คลาร์กตัดสินใจขึ้นรถไฟฟ้ามาลงสถานีจุดหมาย โชคไม่ดีนักที่ก้าวเท้าออกจากสถานีรถไฟฟ้าปุ๊บ ฝนก็เทซ่าลงมาอย่างหนักหน่วงจนผู้คนที่เดินไปมาพากันวิ่งหลบเข้าที่กำบังฝนแทบไม่ทัน ยิ่งไปกว่านั้น คลาร์กยังพบว่าเขาลืมพกร่มติดตัวมาด้วย ชายหนุ่มทำหน้าเหมือนจะร้องไห้เต็มทน เพราะความลนลานตะกี้แท้ๆสติสตังค์เลยหายหมด

 

สายตาทอดมองออกไปเห็นเวย์น ทาวเวอร์ ตั้งสูงตระหง่านอยู่อีกไม่ไกล คลาร์กเงยหน้ามองท้องฟ้าที่ปกคลุมไปด้วยพิรุณพรั่งพรูพลางถอนหายใจเฮือก และแล้ว…คลาร์ก เคนท์ ก็เลือกที่จะวิ่งฝ่าสายฝนออกไปเพื่อให้ถึงจุดหมายโดยเร็วที่สุด

 

ซู่ม! ซ่า!

 

“โอ๊ย อะไรเนี่ย!” ชายหนุ่มสบถอย่างหงุดหงิดร้อนใจ จู่ๆเขาก็โดนรถยนต์คันหนึ่งวิ่งลงแอ่งน้ำโคลนจนสาดกระเซ็นมาถูกสีข้างตนเต็มๆ แล้วยังเผื่อแผ่หยาดน้อยๆไปเกาะตามใบหน้าและเสื้อผ้าบริเวณอื่นด้วย แต่นั้นก็ไม่ทำให้คลาร์กหยุดวิ่งแต่อย่างใด สุดท้ายร่างสูงสมส่วนก็พาตัวเองมาถึงด้านหน้าตึกเก่าแก่ที่สุดของก็อตแธม ….ทว่าอุปสรรคไม่ได้มีเพียงเท่านี้ ขณะที่คลาร์กก้าวเท้าเดินเข้าตึกก็ถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยยกกระบอกกั้นไว้เสียก่อน

 

“นี่ๆนายเป็นใครมาจากไหน? จะมาเดินเข้าออกตึกสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้นะ” ยามร่างยักษ์กล่าวเสียงดุ

 

“คุณครับ ผมขอพบคุณชา— เอ่อ บรูซ เวย์น หน่อยได้ไหมครับ? ผมมีเรื่องด่วนจำเป็นต้องขอพบเขาจริงๆ” คลาร์กขอร้องเสียงอ่อนปนร้อนรน เพราะอีกครึ่งชั่วโมงกว่าๆก็จะเริ่มการประชุมแล้ว

 

ทว่าคำขอร้องกลับไม่เป็นผล สายตาของเจ้าหน้าที่ร่างใหญ่ยังคงความไม่เป็นมิตรเสมอต้นเสมอปลายแถมยังย้ำเสียงเข้มกว่าเดิม

 

“ไม่ได้ๆ คุณเวย์นไม่ได้ว่างขนาดจะมาพบใครก็ได้หรอกนะ ยิ่งคนแปลกหน้าที่ไหนก็ไม่รู้อย่างนายอีก กลับออกไปเลย เดี๋ยวนี้

 

คลาร์กเห็นทีว่าคงจะคุยกันไม่รู้เรื่องเสียแล้ว อธิบายเท่าไหร่ก็ไม่ยอมฟังแล้วยังออกปากไล่เขาอีก ชายหนุ่มจึงเลิกเจรจาแล้วออกตัววิ่งฝ่ายามตัวยักษ์ตรงหน้าไป ทำให้มือใหญ่หนารีบคว้าหมับเข้าที่แขนเรียวกว่าและบีบอย่างแรง

 

บอกว่าไม่ได้ก็คือไม่ได้!

 

“ปล่อยผม!  ปล่อย!” ลูกชายแม่บ้านตะโกนลั่นพร้อมกับสลัดให้แขนหลุดจากการจับกุมของอีกฝ่าย ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องระดมเจ้าหน้าที่คนอื่นๆมาช่วยจับออกไป เสียงโหวกเหวกโวยวายของยามและชายหนุ่มแปลกหน้าดังขึ้นเรื่อยๆจนเป็นที่สนใจของคนทั้งชั้นล็อบบี้ สายตาทุกคู่ต่างมองมาที่ความวุ่นวายหน้าประตูโดยที่ไม่มีใครกล้าเข้าไปขัดหรือห้ามปรามใดๆ พวกรู้แค่เพียงว่าชายหนุ่มแปลกหน้าตัวมอมแมมผู้นี้แม้ภายนอกจะดูสมส่วนไม่มีความบึกบึนเท่าไรนักแต่แรงของเจ้าตัวกลับมหาศาลจนเจ้าหน้าที่ตัวโตหลายคนแทบจะยื้อไว้ไม่อยู่

 

“ปล่อยผม! ผมต้องการพบกับ บรูซ เวย์น จริงๆ ผมมีเรื่องด่วนจริงๆ ทำไมถึงไม่ยอมฟังกันบ้าง…ปล่อย!!” คลาร์กศอกใส่ท้องเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรายหนึ่งอย่างจัง พออีกฝ่ายเสียจังหวะ ชายหนุ่มก็ออกตัวจะพุ่งไปยังเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ แต่ก็ถูกยามร่างยักษ์คนเดิมพุ่งตามมาล็อคแขนทั้งสองข้างจากด้านหลัง

 

“ออกไปเดี๋ยวนี้เจ้าคนจร! ไม่อย่างนั้นฉันจะจับแกส่งตำรวจข้อหาบุกรุก!”

 

“ผมไม่ออก! แล้วผมก็ไม่ใช่คนจรด้วย ปล่อยเดี๋ยวนี้!”

 

“มีเรื่องอะไรกัน?”

 

น้ำเสียงหวานแต่ดุดันดังขึ้น การกระทำทุกอย่างหยุดชะงัก คลาร์กหยุดดิ้นเชนเดียวกับบรรดาเจ้าหน้าที่ที่หันไปกล่าวกับผู้มาใหม่อย่างเกรงใจ

 

“คุณอัล กูล….”

 

ทาเลีย อัล กูล กวาดสายตามองชายหนุ่มแปลกหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า หญิงสาวรับไม่ได้สักนิดกับสภาพของชายตรงหน้า ทั้งเปียกปอนจากฝน คราบโคลนเปรอะมอมแมมไปทั่ว ไหนจะเสื้อผ้าแสนเชยและไม่เข้ากับสถานที่อีก ยิ่งไปกว่านั้น…บางอย่างในใจของทาเลียร่ำร้องบอกว่าผู้ชายคนนี้ไม่น่าเป็นคนที่เธอจะรู้สึกถูกชะตาด้วยได้

 

“เขาเป็นใคร?” บุตรสาวคนโตของเจ้าสัวอัล กูล ถามเสียงดุ คลาร์กจึงรีบตอบ “ผมคลาร์ก เคนท์ ครับ เป็นคนที่บ้านของคุณเวย์น ผมมีเรื่องด่วนจำเป็นต้องแจ้งให้คุณเวย์นทราบ…ได้โปรด…ให้ผมได้พบกับเขาเถอะนะครับ ทุกอย่างที่ผมบอกเป็นเรื่องจริงทั้งหมด ไม่ได้โกหกอะไรเลย นะครับ…แป๊บเดียวก็ได้”

 

น้ำเสียงของคลาร์กเต็มไปด้วยอารมณ์วิงวอน ดวงตาสีสวยฉายแววกังวลปนร้อนใจอย่างชัดเจน แต่ก็ไม่ทำให้ทาเลียใจอ่อนลงได้ นัยน์ตาสีมรกตตวัดมองเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก่อนจะเอ่ยว่า

 

“วันนี้มีผู้บริหารจากหลายบริษัทมาร่วมประชุม เป็นคนสำคัญทั้งนั้น พวกนายจะปล่อยให้คนแปลกหน้าหรือคนจรเข้ามาโดยพลการไม่ได้เด็ดขาด เข้าใจไหม?”

 

ได้ยินดังนั้นคนถูกหาว่าเป็นคนจรจึงเบิกตากว้าง

 

“คุณ..คุณอัล กูล…ได้โปรดเชื่อผมเถอะนะครับ ผมจะโกหกพวกคุณไปทำไม ผมไม่ใช่คนจร ผมรู้จักคุณเวย์นจริงๆ ให้ผมได้พบ— ปล่อย!” ชายหนุ่มผมดำเริ่มออกแรงยื้อยุดเมื่อตนทำท่าจะโดนลากออกไปอีกครั้ง ทาเลียมองคลาร์กด้วยสายตาเย็นชา

 

“ใครๆก็อ้างว่ารู้จักบรูซ เวย์น ได้ทั้งนั้น ฉันจะไม่ยอมให้ใครมาทำให้งานประชุมของเขาต้องมีปัญหาหรือจุดด่างพร้อยเด็ดขาด รีบเอาเขาออกไป”

 

“ครับ!”

 

“คุณอัล กูล! ปล่อยผมเดี๋ยวนี้นะ ไม่ออก ยังไงก็ไม่ออก!”

 

คุณชาย…ช่วยผมด้วย

 

 

ก่อนหน้านั้นประมาณ 5 นาที

 

ร่างสูงใหญ่ของ บรูซ เวย์น เดินวนไปวนมาภายในห้องทำงานของเจ้าตัว มือขวาแนบโทรศัพท์มือถือเข้ากับหูรอปลายสายตอบรับการติดต่อ สีหน้าดูสงบแต่ในใจไม่เป็นสุข…บรูซลืมเอกสารการประชุมไว้ที่บ้าน เป็นความเลินเล่อที่ไม่น่าให้อภัยสำหรับคนที่เป็นผู้บริหารระดับสูงอย่างเขา จริงๆตอนแรกเลขานุการประจำตัวแจ้งว่าเป็นหน้าที่ของหล่อนที่ต้องเก็บเอกสารให้เจ้านาย แต่บรูซปฏิเสธแล้วนำมันกลับมาที่บ้านด้วยเหตุผลคือต้องการอ่านเพื่อเตรียมตัวสำหรับการประชุมไว้ก่อน

 

“ครับคุณเวย์น?”

 

“อัลเฟรด ผมลืมหยิบแฟ้มเอกสารการประชุมไว้บนโต๊ะในห้องผม คุณช่วยเอามาส่งให้ผมหน่อยได้ไหม?”

 

พ่อบ้านสูงวัยตอบกลับด้วยน้ำเสียงแปลกใจ “อ้าว…นี่คลาร์กยังไม่ไปถึงที่บริษัทหรอกเหรอครับ?”

 

“อะไรนะ?” คิ้วคนฟังผูกเป็นโบ งุนงงกับการเอ่ยอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยของอีกฝ่าย

 

“ก็เมื่อสายคลาร์กเข้าไปทำความสะอาดห้องของคุณแล้วเห็นแฟ้มเอกสารที่คุณลืมเอาไว้ เขาเลยอาสาไปส่งให้คุณ นี่ก็ออกไปตั้งเกือบครึ่งชั่วโมงแล้วนะครับ ผมนึกว่าเขาจะไปถึงแล้วเสียอีก”

 

บรูซนิ่งไปชั่วครู่จนกระทั่งเลขานุการประจำตัวเปิดประตูห้องเข้ามา หนุ่มใหญ่จึงบอกวางสายพ่อบ้านแล้วหันมาหาหญิงสาว

 

“มีอะไรหรือเปล่าเกรซ?”

 

เกรซมีท่าทีลังเลเล็กน้อยราวกับไม่มั่นใจว่าจะกล่าวอะไรออกไปดีหรือไม่ แต่สุดท้ายเจ้าหล่อนก็พูดขึ้นมาว่า “เกิดเรื่องแล้วค่ะคุณเวย์น ชั้นล็อบบี้ตอนนี้ชุลมุนใหญ่เลย ดูเหมือนจะมีคนแปลกหน้ามาขอพบคุณแต่พวกยามไม่อนุญาต รุมจับเขาลากออกไปนอกตึกกันยกใหญ่ทีเดียวค่ะ”

 

“คนแปลกหน้า…มาขอพบผมงั้นเหรอ?” เสียงทุ้มใหญ่ทวนคำพูดเลขาฯของตน

 

“ค่ะ เป็นผู้ชายหนุ่มๆหน่อยอายุไม่น่าจะเกินสามสิบ เนื้อตัวมอมแมมพอสมควรเลย เห็นว่าชื่อ คลาร์ก เคนท์ จะขอพบคุณให้ได้น่ะค่ะ”

 

ได้ยินเพียงเท่านั้นร่างสูงใหญ่ของซีอีโอประจำบริษัทแทบจะพุ่งลงไปชั้นล่างสุดทันทีถ้าทำได้ บรูซเดินฝ่ากลุ่มตัวแทนบริษัทต่างๆเข้ามาในลิฟท์โดยไม่สนใจสายตาที่มองตามด้วยความสงสัยว่าผู้บริหารคนสำคัญมีธุระต้องไปไหนอีก

 

เมื่อลิฟท์เคลื่อนลงมาถึงชั้นล่างสุดเรียบร้อย ประตูสีเงินปลาบเลื่อนออก คุณชายใหญ่ตระกูลเวย์นจึงตรงดิ่งไปยังเหตุการณ์ชุลมุนหน้าเคาน์เตอร์ทันที ภาพเบื้องหน้าคือร่างสูงสมส่วนอันคุ้นตากำลังตกอยู่ในวงล้อมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตัวโตหลายคน ทั้งโดนล็อคแขน ยื้อยุดฉุดกระชาก แต่คนโดนรุมก็ไม่มีทีท่าจะยอมถอยไปแต่อย่างใด นั่นทำให้บรูซทนไม่ได้อีกต่อไป

 

หยุดเดี๋ยวนี้นะ

 

เสียงทุ้มทรงอำนาจของซีอีโอแห่ง เวย์น เอ็นเตอร์ไพรส์ ดังก้องไปทั่วโถง บรรดาก็อตแธมมุงจึงรีบแหวกทางเดินให้ด้วยความเกรงและกลัว

 

“ปล่อยเขา” บรูซสั่ง บรรดาเจ้าหน้าที่มองหน้ากันเลิ่กลั่กก่อนจะยอมปล่อยให้คลาร์กเป็นอิสระ ชายหนุ่มมองหน้าคุณชายของตนพร้อมกับยิ้มแบบหมดแรง

 

“คุณชาย…”

 

คุณชายแฝดคนโตก้าวมาหยุดยืนตรงหน้าลูกชายแม่บ้านและทำสิ่งที่ไม่คาดคิดสำหรับผู้คนที่จับจ้องมองอยู่…มือใหญ่แข็งแรงหยิบผ้าเช็ดหน้าสีเข้มของตนออกมาจากกระเป๋าสูทแล้วลงมือเช็ดคราบโคลนที่เปื้อนตามใบหน้าของคนตัวเล็กกว่าออกอย่างเบามือ คลาร์กยืนนิ่งประหนึ่งถูกสาปให้กลายเป็นหิน ดวงตาสีฟ้าสดใสเบิกกว้างด้วยความตกใจ

 

ด้านทาเลียถึงกับอึ้งอยู่ไม่น้อยเมื่อเห็นการกระทำดังกล่าวของว่าที่คู่หมายของเธอซึ่งเธอไม่เคยได้รับการปฏิบัติเช่นนี้มาก่อนเลยสักครั้ง

 

ใบหน้าของคลาร์กถูกเช็ดทำความสะอาดเรียบร้อย บรูซเก็บผ้าเช็ดหน้าเข้ากระเป๋าอย่างลวกๆจากนั้นจึงคว้าข้อมือเรียวของชายหนุ่มแล้วกึ่งลากกึ่งชวนให้ก้าวเท้าตามไป

 

“ตามฉันมานี่”

 

“ค…คุณเวย์น คุยตรงนี้แป๊บเดียวก็ได้ครับ คุณเวย์น…คุณเวย์นเดี๋ยวก่อนครับ คุณเวย์น!”

 

บรูซพาคลาร์กขึ้นมาชั้นห้องทำงานของตน กล่าวสั่งให้เลขาฯคนสนิทหาผ้าขนหนูผืนเล็กพร้อมกับเสื้อผ้าสำหรับคลาร์กมาให้ หญิงสาวรับคำแล้วกุลีกุจอลงไปติดต่อฝ่ายที่รับผิดชอบทันที เมื่อเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวเรียบร้อย คนตัวสูงกว่าก็ผลักคนตัวเล็กกว่าเล็กน้อยเบาๆให้ลงไปนั่งบนโซฟา ส่วนตัวเองก็ทรุดลงนั่งข้างๆ

 

คลาร์กก้มหน้างุดไม่กล้าเงยขึ้นสบตาทำให้คนมองอดขำในใจไม่ได้

 

“เงยหน้าขึ้นมาคลาร์ก” เสียงทุ้มออกคำสั่ง ลูกชายแม่บ้านจึงยอมเงยหน้าขึ้นมา แววตาดูกังวลชัดเจน

 

“อัลเฟรดบอกว่าเธอตั้งใจเอาเอกสารที่ฉันลืมเอาไว้ที่บ้านมาส่งให้” บรูซเปรยขึ้นมา คลาร์กจึงรีบพูดออกไปว่า

 

“ผมมาทันใช่ไหมครับคุณชาย?? ไม่ได้สายไปใช่ไหมครับ? แล้วมีใครว่าคุณหรือเปล่าที่ลืมเอกสาร?”

 

“ใจเย็นๆสมอลล์วิลล์ เธอถามคำถามจนฉันตอบไม่ทันแล้ว” เป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบนาทีที่ซีอีโอคนขรึมคลี่ยิ้มขบขัน ยิ่งเห็นท่าทางลนๆของอีกฝ่ายยิ่งทำให้รู้สึกขำเข้าไปใหญ่ “เธอไม่ได้มาสายหรอก เหลืออีกตั้งครึ่งชั่วโมงกว่าจะเริ่มการประชุม อย่าตกใจไปเลย”

 

เท่านั้นคนฟังก็โล่งใจ คลาร์กถอนหายใจเฮือกแล้วแย้มรอยยิ้มกว้างจนเห็นเขี้ยวซี่น้อยๆด้านบน มือเปิดซิปกระเป๋าหยิบซองกันน้ำซึ่งบรรจุแฟ้มเอกสารอยู่ภายในออกมาวางบนโต๊ะกาแฟ

 

“นี่ครับ ของของคุณ ดีที่ผมพกซองกันน้ำไว้ในกระเป๋าอยู่แล้วมันเลยไม่เป็นอะไร แต่คุณชายจะเช็คดูก่อนก็ได้นะครับว่ามีรอยเปียกอะไรหรือเปล่า เพราะข้างนอกฝนมันตกหนักมากเลย เผื่อน้ำมันจะซึมเข้าไป”

 

“ฝนตกหนัก? ที่เธอตัวเปียกปอนแบบนี้แปลว่าตากฝนมาใช่ไหม?” อารมณ์ขำเมื่อครู่หายฟุ่บไปทันทีจนชายหนุ่มวัยยี่สิบหกปรับตัวตามแทบไม่ทัน

 

“เอ่อ…คือผม…”

 

บรูซหน้าตึง “อย่าบอกนะว่าลืมพกร่มมาด้วย? ไม่เห็นหรือไงว่าเมื่อเช้าท้องฟ้ามันครึ้ม โดนฝนขนาดนี้ถ้าไม่สบายเป็นหวัดไปจะทำยังไง?” คุณชายใหญ่โหมดดุกลับมาอีกครั้ง คลาร์กหน้าเสียแล้วก้มหน้าตอบแบบหงอยๆ ทำให้ไม่ได้เห็นแววตาของคนเป็นเจ้านายที่ฉายแววห่วงใยชัดเจนยิ่งกว่าตอนที่คลาร์กตกต้นไม้เสียอีก

 

“ขอโทษครับ…ตอนนั้นผมลนมากจนลืมหยิบร่มติดมา ห่วงว่าคุณชายจะโดนตำหนิเรื่องลืมเอกสารแล้วก็กลัวเอามาให้ไม่ทันด้วย”

 

คำตอบของคลาร์กทำให้บรูซนิ่งไป ดวงตาสีน้ำตาลเฮเซลไหวระริกยามทอดมองคนตรงหน้า

“เธอ…เป็นห่วงฉันอย่างนั้นเหรอ?”

 

คนตอบเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้งแต่สายตาเสมองไปทางอื่นขณะที่เอ่ยตอบเสียงแผ่ว “ค…ครับ…ผมเป็นห่วงคุณ….มาก”

 

ร่างสูงใหญ่ใต้สูทเนื้อดีขยับเข้ามาใกล้ชายหนุ่มจากแคนซัสมากขึ้น มือแข็งแรงทั้งสองข้างยกขึ้นประคองดวงหน้าเนียนใส…เชื่องช้าและอ่อนโยน…ดวงตาสีฟ้ากระจ่างจึงเบนกลับมาสบนัยน์ตาสีเฮเซลอย่างซื่อๆก่อนจะเบิกกว้างเล็กน้อยเมื่อเห็นใบหน้าคมคายเลื่อนเข้ามาใกล้มากกว่าปกติ

 

“คุณเวย์น….” คลาร์กครางเรียกด้วยน้ำเสียงเบาหวิว

 

“ของได้ครบแล้วค่ะคุณเวย์น” เสียงของเลขานุการเกรซดังขึ้นทำให้บรูซละมือและใบหน้าของตนออกมาอย่างรวดเร็ว ส่วนลูกชายแม่บ้านก็ก้มหน้างุดอีกครั้งเพื่อซ่อนความแดงบนใบหน้า มือทาบอกซ้ายที่เต้นตึกตักอย่างเงียบๆ ซีอีโอคนเก่งกระแอมเล็กน้อยแล้วเอ่ยขอบคุณหญิงสาว มือยื่นไปรับผ้าขนหนูกับเสื้อผ้าชุดใหม่มา รอจนเลขาฯคนสนิทออกไปแล้วจึงหันกลับมาหาอีกฝ่าย

 

บรูซยังอึ้งอยู่บ้างกับการกระทำของตนเมื่อครู่ เพียงแค่ได้ยินชายหนุ่มบอกออกมาชัดเจนว่าเป็นห่วงเขามาก มันเหมือนมีกระแสบางอย่างมาปลดชนวนให้เผลอทำสิ่งที่เป็นความต้องการลึกๆในใจออกไป

 

นี่มันที่ทำงาน…ไม่ใช่ที่บ้าน…

 

หนุ่มใหญ่คิดในใจก่อนจะคลี่ผ้าขนหนูผืนเล็กออกพร้อมกับเอ่ยเรียกคนตรงหน้า “มานี่มา คลาร์ก…ฉันจะเช็ดผมให้”

 

คลาร์กกะพริบตาปริบๆแล้วเงยหน้าขึ้นมา ไหล่ลาดสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อคนตัวใหญ่กว่าขยับเข้ามาใกล้อีกครั้ง ชายหนุ่มจึงรีบยกมือบอกปัดเป็นพัลวัน

 

“เอ่อ เดี๋ยวผมทำเองก็ได้ครับคุณชาย คุณชายไปเตรียมตัวเข้าประชุมดีกว่านะครับ”

 

คุณชายใหญ่แห่งตระกูลเวย์นส่งเสียงครืดคราดในลำคอ “ฉันบอกจะเช็ดให้ก็คือจะเช็ดให้ อย่าดื้อนักได้ไหม?” พูดจบก็ตวัดผ้าโปะลงไปบนกลุ่มผมนุ่มสีน้ำตาลเข้มแล้วลงมือขยับเช็ดผมให้อย่างเบามือ

 

“ผมแห้งเมื่อไหร่ก็ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าซะ เอาชุดเปื้อนโคลนของเธอใส่ถุงแล้วกลับมานั่งรอฉันที่ห้องนี้ ไว้ประชุมเสร็จแล้วฉันจะพาเธอกลับบ้านด้วยกัน”

 

“หืออ…ผมไม่รบกวนคุณชายดีกว่าครับ ผมกลับเองได้ เดี๋ยวแวะซื้อร่มตามร้านแถวๆนี้ก็ไม่เปียกฝนแล้วครับ” คลาร์กปฏิเสธโดยที่ยังหลับตาอยู่…สัมผัสนุ่มสบายทำเอาชายหนุ่มเผลอยิ้มอย่างเคลิบเคลิ้ม ซึ่งไม่ดีต่อใจสำหรับซีอีโอหนุ่มใหญ่อย่างรุนแรง

 

แบบนี้ไม่ต้องรอให้กลับไปที่บ้านดีไหมนะ?

 

“ทำไมเธอถึงปฏิเสธคำพูดของฉันทุกเรื่องเลยนะ ทำตามสักเรื่องดีๆจะได้ไหม?” บรูซบ่นอย่างเบื่อหน่าย บางทีเขาก็ไม่อยากให้อีกฝ่ายมาเกรงจงเกรงใจอะไรมากมาย มันดูเหินห่างอย่างไรชอบกล

 

“ก็มันรบกวนคุณนี่นา….”

 

“ฉันยินดีให้รบกวน จบไหม?” คำกล่าวสั้นๆของบรูซทำให้คลาร์กไม่รู้จะโต้กลับอย่างไรเลยทีเดียว ลูกชายแม่บ้านอ้าปากพะงาบๆเหมือนอยากจะพูดแต่พูดไม่ออกสักที

 

“แล้วมีอีกอย่างหนึ่ง เป็นรางวัลสำหรับความดีความชอบที่เธออุตส่าห์เอาแฟ้มเอกสารสำคัญมาส่งให้ฉัน ฉันจะยอมทำอะไรสักอย่างอย่างหนึ่งให้เธอ แล้วแต่เธอจะสั่ง ตกลงไหม?”

 

“คุณบรูซ…!” คลาร์กอุทาน “คุณไม่จำเป็นต้องเล่นใหญ่ขนาดนี้ก็ได้นะครับ รางวัลอะไรผมไม่เอาหรอกครับ แค่เอาเอกสารมาส่งได้ทันก็ดีใจแล้ว”

 

“ปฏิเสธอีกแล้วนะ” คุณชายแฝดคนโตพูดเสียงดุแล้วขยี้ผมนิ่มแรงกว่าเดิมด้วยความหมั่นไส้

 

“โอ๊ยๆ คุณชาย หัวผมจะหลุดแล้วนะครับ” คลาร์กประท้วงเสียงหลงในขณะที่มือก็พยายามยื้อมือคนเช็ดผมให้ให้ผ่อนแรงลง ทว่าไม่เป็นผลเพราะ บรูซ เวย์น แรงเยอะกว่าเขาเป็นไหนๆ

 

“วันนี้ได้นับหรือยังว่าดื้อกับคำพูดฉันไปกี่รอบแล้ว? ถ้ารอบนี้เธอไม่ยอมตกปากรับคำอีกฉันก็จะขยี้ผมเธอแรงๆอยู่แบบนี้นั่นล่ะ”

 

“โอ๊ย ก็ได้ครับๆ ผมจะให้คุณทำอะไรให้ก็ได้ โอ๊ย เจ็บ” เสียงทุ้มแต่โทนสูงกว่าโหยหวนยอมรับคำคนเป็นเจ้านาย บรูซหยุดมือของตนแล้วดึงผ้าขนหนูกลับมา มองมือที่เล็กกว่าตนลูบผมตัวเองป้อยๆตาละห้อยประหนึ่งเส้นผมหลุดออกมาแล้วหายไปหนึ่งกำมือ

 

บรูซสะบัดผ้าเบาๆพาดตากเอาไว้ที่ขอบโต๊ะก่อนจะหันกลับมาประสานนิ้วไว้บนตัก รอว่าอีกฝ่ายจะบอกให้ตนทำอะไรให้ คลาร์กหลุบตาครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่จึงเอ่ยออกมาว่า “อีกไม่กี่วันที่คฤหาสน์จะจัดงานประมูลเครื่องประดับ คุณท่านบอกว่าอยากให้จัดโต๊ะแบบงานเลี้ยงด้วย ผมเลยอาสาออกไปซื้อวัตถุดิบมาทำอาหารกับของใช้จำเป็นอื่นๆในบ้านที่ยังขาดอยู่น่ะครับ…ก็เลย…”

 

“จะให้ฉันเป็นสารถีขับรถพาไปห้างให้อย่างนั้นใช่ไหม?” คุณชายใหญ่ถาม คลาร์กส่งเสียง อือฮึ ในลำคอ

 

“ครับ ตั้งใจว่าจะไปวันอาทิตย์ที่จะถึง…แต่ถ้าคุณชายไม่สะดวก—”

 

“ดีล ตกลงตามนั้น” หนุ่มใหญ่ตัดบทพร้อมกับก้มมองหน้าปัดนาฬิกาข้อมือ “ใกล้ถึงเวลาประชุมแล้ว ฉันคงต้องขอตัวก่อน ไว้เจอกันหลังประชุมเสร็จ หวังว่าเธอคงจะไม่หนีกลับก่อนนะ”

 

“หนีกลับก่อนก็โดนคุณบ่นยาวสิครับ ผมไม่ไปไหนหรอก รออยู่นี่แหละ” ชายหนุ่มตอบพลางยู่ปากเล็กน้อย คนฟังพยักหน้ารับรู้แล้วลุกเดินออกไปจากห้อง คลาร์กมองตามจนกระทั่งประตูห้องถูกปิดลงเหลือเพียงเขาคนเดียวภายในห้องทำงานอันกว้างใหญ่ ความเงียบทำให้คลาร์กกลับมานั่งทบทวนคำพูดต่างๆที่ผ่านไปเมื่อครู่อีกครั้ง

 

“วันอาทิตย์นี้คุณชายจะพาไปซื้อของ…ไปกันสองคนด้วย…” เสียงทุ้มพึมพำ เผลออมยิ้มกับตัวเองจนแก้มตุ่ยแล้วปล่อยเสียงหัวเราะออกมา ร่างสมส่วนเอนตัวลงบนโซฟายาวพลางยกท่อนแขนปิดผิวหน้าขาวๆที่ระบายด้วยสีแดงระเรื่อไปทั่ว

 

“แค่ไปซื้อของด้วยกัน‘สองคน’ นายจะเขินอะไรนักหนานะ คลาร์ก เคนท์ แย่จริงๆเชียว”

.

.

.

หลังจากได้รับแจ้งจากคุณหนูคนโตว่าลูกชายแม่บ้านประจำตระกูลจะเดินทางกลับบ้านพร้อมกัน(ซึ่งก็อีกหลายชั่วโมง) อัลเฟรดจึงตัดสินใจขึ้นไปทำความสะอาดห้องให้ต่อจากคลาร์ก ดูจากการพรวดพราดออกไปเมื่อหลายชั่วโมงก่อนเดาได้ว่าห้องข้างบนคงยังจัดการไม่เสร็จเป็นแน่ ชายสูงวัยหยิบไม้ขนไก่ขึ้นมาปัดฝุ่นต่อ ชั่วแว้บที่อัลเฟรดสังเกตได้ว่าเขาเผลอไปปัดของบางอย่างร่วงลงมาเสียแล้วจึงรีบแบมือรับไว้ทันที

.

“แหวน…? ของคุณบรูซหรือนี่…ไม่สิ คุณบรูซไม่เคยใส่วงนี้ให้เห็นมาก่อนเลย…” พ่อบ้านพึมพำเบาๆแล้งเก็บแหวนลงกระเป๋าเสื้อเพื่อทำความสะอาดต่อไป เมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ขนอุปกรณ์ลงมาเก็บ ระหว่างทางลงบันไดก็สวนกับคุณชายแฝดคนรองที่เพิ่งกลับมาถึงบ้านพอดี

 

“โอ้ วันนี้กลับเร็วหรือครับคุณโทนี่?”

 

แอนโทนิโอ เวย์น ไหวไหล่เล็กน้อย “กลับเร็วแต่เดี๋ยวก็ต้องออกไปอีก เย็นนี้คงไม่ได้ทานมื้อเย็นที่บ้านเหมือนเดิม”

 

“อ้อ…สงสัยวันนี้ผมคงได้ฟังคุณชายใหญ่คนโตบ่นอีกแล้วนะครับเนี่ย” โทนี่ได้ยินดังนั้นก็หัวเราะเบาๆอย่างเข้าใจ ด้านอัลเฟรดพอนึกได้ว่าจะถามอะไรต่อจึงหยิบแหวนที่เพิ่งเก็บได้ออกมา

 

“จะว่าไป…คุณโทนี่เคยเห็นแหวนวงนี้หรือเปล่าครับ? ผมเจอมันวางอยู่บนชั้นหนังสือในห้องคุณบรูซ แต่ผมไม่เคยเห็นเขาใส่มาก่อนเลยมาถามคุณเผื่อพี่น้องด้วยกันอาจจะเห็นผ่านตามากกว่า”

 

คิ้วเข้มขมวดมุ่น มือลูบเคราตนเองอย่างครุ่นคิด “ไม่นะอัลเฟรด…ผมไม่เคยเห็นพี่บรูซใส่แหวนวงนี้ ไม่สิ ต้องบอกว่าไม่เคยเห็นพี่เขามีแหวนวงนี้เลย ถ้าไปถามเบนเขาก็คงตอบเหมือนผมนี่ล่ะ” ดวงตาสีเฮเซลจ้องมองแหวนปริศนาตรงหน้า รูปลักษณ์ดูเรียบหรูไม่ใช่น้อย แถมลายแหวนยังไม่เหมือนลายแหวนทั่วที่พบตามร้านเครื่องประดับอีกด้วย…ลายมันเหมือนตราประทับอะไรสักอย่าง

 

“เอาอย่างนี้ไหมอัลเฟรด เดี๋ยวผมเก็บแหวนวงนี้ไว้เอง ไว้จะถามพี่บรูซอีกทีให้แน่ใจ”

 

“โอ้ ตามนั้นก็ได้ครับคุณโทนี่” พ่อบ้านประจำตระกูลส่งแหวนให้คุณหนูรองของตนแล้วปลีกตัวออกไป โทนี่หมุนแหวนไปมาก่อนจะพินิจพิเคราะห์รายละเอียดของแหวนอีกครั้งจนสังเกตเห็นรอยสลักเล็กๆบนขอบแหวนด้านในคล้ายจะเป็นชื่อของอะไรบางอย่าง แต่เนื่องจากตัวอักษรเล็กมาก โทนี่จึงไม่สามารถจะเพ่งต่อไปกว่านี้ได้ หนุ่มใหญ่จึงกลับมาดูลายหัวแหวนอีกครั้ง

 

“มีตัวอักษรอีกแล้วเหรอ…โอเค อย่างน้อยก็ตัวใหญ่กว่าพวกเมื่อกี้”

 

ตัวอักษรที่เขาอ่านได้คือตัว ‘C’ มันหมายความว่าอะไรกันนะ…?

.

.

.

.

TBC.


หายไปนานมากสำหรับตอนต่อเรื่องนี้ แววว/กราบขอขมาสิบทิศ โผล่มาอีกทีเลยจัดยาวๆ 4000+ คำ อ่านกันให้ตาแฉะไปเลยค่ะ ถถถถ เป็นการชดเชยที่หายไปนาน YvY ไว้วันพรุ่งจะมาตรวจคำผิดอีกรอบค่ะ

ติชมได้ตามสะดวกนะคะ ❤

Advertisements

2 thoughts on “Dawn of Us [5]

  1. น้องคลาร์กกกก น่ารักอะไรขนาดนี้ แงงงง;-; บรูซออกแนวล่อลวงนิดๆนะเนี่ย ชอบน้องล่ะสิ คลาร์กน่าแกล้งมากเลย ตอนเขินเวลาที่อยู่กับบรูซต้องน่ารักมากๆ-///- เอ~ แล้วแหวนวงนั้นของใครกันน้าาา😮😮

  2. ฟฟฟฟฟ น้องคลาร์กจ๋าฟฟฟฟ ทำไมน่ารักแบบนี้นะลูกฟฟฟฟ อยากมีเด็กในบ้านอย่างน้องคลาร์กสักคนจังเลยค่ะฮรอลลล ชอบความเขินของน้องเวลาอยู่กับคุณเวย์นมากเลยแวววฟฟฟฟ น่าเอ็นดูจริงๆ เลยค่ะ ตอนนี้ชอบมากเลยอ่ะเห็นพัฒนาการของสองคนไปอีกขั้น แบบว่าคุณเวย์นเป็นห่วงน้องต่อหน้าต่อตาทาเลียแล้วก็คนแทบทั้งบริษัทเลยนะฟฟฟฟ แอบสงสารน้องเลยแงตอนโดนยามกักไม่ให้เข้า สวยขนาดนี้มองเป็นคนจรได้ไงคะแว้! คุณเวย์นก็ชอบดุให้น้องใจเสียแต่ที่ดุๆ มานี่ห่วงทั้งนั้นเลย กุมใจฟฟฟฟ มีแอบซื้อแหวนเก็บไว้ให้อีกด้วยฟฟฟ รอตอนต่อไปเลยก่ะฟฟฟ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s