Once Upon a Hogwarts [7]

Title : Once Upon a Hogwarts [7]

Pairing : Bruce W. & Tony M. & Ben A./Clark K. & Napoleon S. & Henry C.

Note : AU Hogwarts, No superheroes


.

e68eb15f7e78353df8b0f3eec45845ca

.

และแล้ววันแข่งขันควิดดิชก็มาถึง นัดแรกประเดิมด้วยการพบกันของทีมบ้านกริฟฟินดอร์กับสลิธีริน คู่ปรับตลอดกาลที่แข่งกันดุเดือดมาตลอดทุกยุคทุกสมัย บรรดานักเรียนเกือบทุกชั้นปีเริ่มทยอยไปจับจองที่นั่งบนอัฒจันทร์ที่รายล้อมอยู่รอบสนามควิดดิชก่อนเวลาเริ่มแข่งขัน เช่นเดียวกับเหล่าคณาจารย์ของฮอกวอตส์

 

นโปเลียน โซโล รู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง ทั้งที่พยายามทำสมาธิมาตลอดหลายวัน แต่พอถึงวันแข่งจริงก็อดตื่นเต้นและประหม่าไม่ได้อยู่ดี ซีกเกอร์ผู้มีอายุน้อยที่สุดในทีมกำไม้กวาดแน่น เหงื่อเริ่มผุดพรายตามขมับ

 

“โว้ว ใจเย็นนะนโปเลียน” บีตเตอร์รุ่นพี่ตบบ่าน้องน้อยปุๆ “เหงื่อเต็มหน้าหมดแล้วเนี่ย”

 

นโปเลียนถอนหายใจเฮือกแล้วตอบด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “ก็…ก็มันตื่นเต้นนี่ครับพี่ฟลอยด์ นี่ควิดดิชครั้งแรกในชีวิตผมเลยนะ แถมยังตำแหน่งสำคัญโคตรๆอีก”

 

ฟลอยด์ ลอว์ตันหัวเราะ “เข้าใจๆ นายก็คงกดดัน แต่เดี๋ยวมันจะผ่านไปได้ เชื่อฉันสิ อย่าไปกลัวพวกกริฟฟินดอร์ขี้โม้นั่น ทำตามกลยุทธ์ที่เราวางไว้ก็ใช้ได้แล้ว” นโปเลียนมองรุ่นพี่ผิวเข้มขยิบตาให้ก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าเมื่อคืนได้กำลังใจเป็นน้ำผึ้งชงอุ่นๆจากศาสตราจารย์เวย์นด้วย

 

ไม่สิ…ต้องบอกว่ามาจากศาสตราจารย์เมนเดซ…

 

คิดถึงเรื่องนี้ผิวนวลๆที่ประดับใบหน้ากลมก็ขึ้นสีระเรื่อ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงรู้สึกแปลกๆอย่างบอกไม่ถูก…มันฟูๆในอกอย่างไรชอบกล

 

“ใกล้ถึงเวลาแล้ว พยายามเข้าล่ะทุกคน” โลกิกล่าวสั้นๆ จากนั้นไม่กี่วินาทีประตูใต้อัฒจันทร์เบื้องหน้าก็เปิดออก ผู้เล่นทุกคนจึงขึ้นขี่ไม้กวาดแล้วทะยานออกไปสู่สนามแข่งท่ามกลางเสียงกู่ร้องที่ดังกึกก้องของบรรดาผู้เข้าชม ร่างของผู้เล่นในชุดประดับสีเขียวและสีแดงบินวนไปรอบๆสนามราวกับจะทักทายคนรอบๆ ก่อนที่ทั้งหมดจะค่อยๆบังคับไม้กวาดให้มาล้อมวงตรงกลางสนามที่มีศาสตราจารย์พรินซ์ยืนอยู่

 

“ฉันหวังว่าพวกเราคงจะเล่นตามกติกา ไม่ตุกติก ไม่มีการโกงใดๆนะ ขอให้โชคดี” ไดอาน่าพูดจบก็โยนลูกควัฟเฟิลขึ้นฟ้าพร้อมกับเป่านกหวีดเป็นสัญญาณ การแข่งจึงเริ่มขึ้น

 

เชสเซอร์ของกริฟฟินดอร์คว้าลูกควัฟเฟิลได้และออกตัวไปก่อน ฝั่งสลิธีรินจึงตามประกบอย่างไม่ลดละ

“เชสเซอร์ ริค แฟล็กของกริฟฟินดอร์ได้จังหวะไปก่อนนะครับ บินหลบเชสเซอร์ฝั่งสลิธีรินได้สวยงามมากครับพี่! ทางกัปตันทีมสลิธีรินอย่างโลกิ ลาฟฟี่ซันก็ไม่ยอมแพ้ ไล่ตามมาสกัดติดๆครับ!” ผู้บรรยายการแข่งขันคือ เพียโตร แม็กซิมอฟฟ์ นักเรียนปีสองจากบ้านกริฟฟินดอร์ ไม่แปลกใจเลยว่าเจ้าตัวจะดูดี๊ด๊ามากตอนบรรยายถึงทีมบ้านตัวเอง

 

เข้าไปแล้วครับ! สิบแต้มสำหรับกริฟฟินดอร์..!!” ผ่านไปไม่กี่นาทีกริฟฟินดอร์ก็เป็นฝ่ายทำแต้มได้ก่อน อัฒจันทร์ฝั่งสีแดงโห่ร้องอย่างดีใจ

 

“เยส!” เบนจามิน แอฟเฟล็ค เวย์น ออกอาการดีใจอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะนึกได้เลยรีบทำตัวสงบเสงี่ยมต่อ แต่ใบหน้าก็ยังคงเปื้อนยิ้มกว้างอยู่ ด้านพี่ชายฝาแฝดแท้ๆอย่างบรูซ เวย์น ก็นั่งเงียบขรึมไม่ก็ส่งสายตาดุๆมายังน้องเล็กของตน โดยมีโทนี่ เมนเดซ เวย์น นั่งเป็นกันชนระหว่างพี่และน้องทั้งสอง

 

“พี่ริคสุดยอดดด!” จิมมี่ร้องอย่างดีใจ คลาร์กก็พยักหน้าแล้วเฮไปกับเขาด้วย แม้ว่านโปเลียนจะเป็นพี่ชายแท้ๆแต่ก็ใช่ว่าเขาจะเชียร์หรอกนะ…ยังไงก็ต้องเชียร์บ้านตัวเองให้ชนะมากกว่าอยู่แล้ว

 

ด้านนโปเลียนก็พยายามบินวนเพื่อมองหาลูกสนิช เขาเห็นคู่ต่อสู้ของตัวเองแล้ว…ตัวใหญ่…มากกก….

 

ธอร์ โอดินซัน กริฟฟินดอร์ปีเจ็ด พี่ชายต่างสายเลือดของกัปตันทีมของเขา ธอร์อยู่ชั้นปีสูงสุดแถมยังตัวใหญ่ยังกับหมี ส่วนนโปเลียนนั้นเพิ่งเข้ามาปีแรกและตัวก็เล็กนิดเดียวเมื่อเทียบกับอีกฝ่าย

 

ความต่างกันขนาดนี้มันคืออะไรกัน…!

 

เด็กชายร้องในใจก่อนจะรีบโยกไม้กวาดหลบลูกบลัดเจอร์เจ้าปัญหาที่ตรงเข้ามาหา ก่อนที่มันจะถูกหวดให้กระเด็นออกไปไกลด้วยฝีมือของ สเลด วิลสัน บีตเตอร์อีกคนของทีมสลิธีริน

 

“เยี่ยมเลย!” ฟลอยด์ร้องบอกเพื่อน

 

กริฟฟินดอร์ทำแต้มนำห่างออกไปเรื่อยๆ โลกิเห็นท่าไม่ดีจึงส่งสัญญาณให้ลูกทีมเริ่มใช้กลยุทธ์ได้…กลยุทธ์สไตล์บ้านสลิธีรินซึ่งเป็นที่รู้กันอยู่ว่าไม่ค่อยเป็นไปตามกฎเท่าไรนัก

 

“เฮ้ย ชนกันแบบนี้เลยเหรอ ขี้โกงนี่” ฮาล จอร์แดนโวยอย่างไม่พอใจ

 

“ที่พวกพี่ๆบอกว่าสลิธีรินชอบเล่นตุกติกนี่จริงด้วยสินะ เห็นกันจะๆเลยอ่ะ” เพื่อนซี้ของฮาลอย่างแบร์รี่ อัลเลนกล่าวคิ้วขมวด

 

“ขี้โกง บ้านพี่ทำไมทำอย่างนี้” เบนหันไปหาพี่ชายคนโต สิ่งที่ได้รับกลับมาคือรอยยิ้มมุมปากชวนหงุดหงิด

 

“สลิธีรินจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มาซึ่งชัยชนะ” บรูซตอบเสียงเรียบ “ขอแค่โซโลจับลูกสนิชทองคำได้ ทุกอย่างก็จบ”

 

เบนได้ยินอย่างนั้นก็ฮึดฮัดแล้วพูดข่ม “บอกเลยว่ายาก ทีมบ้านผมมีโอดินซันทั้งคน เนอะโทนี่”

 

“ฉันอยู่เรเวนคลอ ขอเป็นกลางละกัน” โทนี่ตอบโดยไม่มองหน้าน้องชายที่กำลังหาพวกเพราะสายตากำลังจับจ้องการเคลื่อนไหวของซีกเกอร์ตัวน้อยของสลิธีรินอยู่ ทำให้ชายหนุ่มไม่ทันได้เห็นรอยยิ้มมุมปากประหลาดๆของพี่ชายที่สื่อประมาณว่า ‘แน่ใจเหรอว่าเป็นกลาง?’

 

“ตอนนี้โลกิ ลาฟฟี่ซันได้ลูกควัฟเฟิลกลับมาอีกครั้งและบินตรงไปและ…เข้าไปแล้ว! สลิธีรินอีกสิบแต้ม!” เพียโตรตะโกนใส่ไมค์หลังจากกัปตันทีมสลิธีรินปาลูกควัฟเฟิลเล็ดรอดผ่านการป้องกันของคีปเปอร์กริฟฟินดอร์เข้าห่วงไปได้…อย่างไรก็ตาม บ้านกริฟฟินดอร์ยังคงเป็นฝ่ายได้เปรียบอยู่ ความหวังของทีมสลิธีรินจึงจำเป็นต้องฝากไว้กับซีกเกอร์น้องใหม่ ถ้าหากเด็กชายสามารถจับลูกสนิชได้ ชัยชนะก็จะเป็นของพวกเขาในที่สุด

 

“ดูท่าทางกัปตันทีมของเธอจะร้อนใจน่าดูเลยนะ” นโปเลียนหันขวับไปหาต้นเสียงด้วยสีหน้าตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเป็นใคร…ธอร์ฉีกยิ้มกว้างหล่อเหลาชวนมองแล้วหันไปมองพรีเฟ็คบ้านสลิธีรินที่กำลังหอบลูกควัฟเฟิลบินหลบผู้เล่นของบ้านตัวเอง

 

“บ้านตัวเองถูกนำอยู่ก็ไม่แปลกที่พี่เขาจะร้อนตัวนี่ครับ” คนอ่อนกว่าตอบกลับไปในขณะที่สายตาก็สอดส่ายหาลูกสนิชไปด้วย ซีกเกอร์ทีมกริฟฟินดอร์หัวเราะเบาๆ

 

“นั่นสินะ แต่แบบนี้ก็น่ารักดี”

 

“หา?” นโปเลียนหันมามองรุ่นพี่ต่างบ้านอย่างงงๆที่จู่ๆอีกฝ่ายก็พูดอะไรออกมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ธอร์กระแอมสองสามทีแล้วเอ่ยว่า

 

“เห็นแก่นายเป็นเด็กใหม่ตำแหน่งเดียวกัน ฉันจะบอกเคล็ดลับอะไรดีๆให้…” ด้านเด็กชายได้ยินดังนั้นก็ทำตาโตแล้วตั้งใจฟัง ลืมไปชั่วครู่ว่าตัวเองกำลังแข่งอยู่

 

“ข้อแรก ความเร็วอย่างเดียวไม่เพียงพอสำหรับการเป็นซีกเกอร์ สิ่งที่นายต้องมีควบคู่คือความแม่นยำ ถ้าไม่มีสมาธิคว้าลูกสนิชไม่ได้สักที ความเร็วที่นายมีก็ไม่มีความหมาย….และข้อสอง ระวังถูกหลอกล่อ เบี่ยงเบนความสนใจไว้ด้วยนะ ไปล่ะ!” พูดจบร่างสูงใหญ่ของธอร์ก็บังคับไม้กวาดทะยานขึ้นไปข้างบนทันที นโปเลียนเงยหน้ามองตามก็พบว่าลูกสนิชทองคำอยู่ตรงนั้นแล้ว

 

โดนเบี่ยงเบนความสนใจเข้าไปเต็มๆเลย!

 

ร่างเล็กบังคับไม้กวาดพุ่งตามซีกเกอร์ฝั่งตรงข้ามไป เร่งความเร็วจนขึ้นมาตีคู่กับธอร์ได้ รุ่นพี่ผมทองยิ้มกว้างแล้วเบียดตัวใส่เล็กน้อย แต่ร่างของนโปเลียนแทบจะกระเด็นออกมาเพราะธอร์นั้นตัวใหญ่มาก

 

“โอ้! ตอนนี้ ธอร์ โอดินซัน ซีกเกอร์กริฟฟินดอร์ใกล้จะจับลูกสนิชได้แล้วครับ” ยิ่งได้ยินคำบรรยายนโปเลียนก็เริ่มเครียด ในตอนนั้นเองลูกสนิชก็เปลี่ยนทิศทางบินมาหาเขา เด็กชายจึงพุ่งเข้าไปหวังจะคว้าให้ได้ แต่แล้วมันก็บินลอดระหว่างแขนกับลำตัวไปได้อีก นโปเลียนกับธอร์จึงกลับมาบินตีคู่กันอีกครั้ง

 

“ฉันแพ้ไม่ได้หรอก ปีนี้ปีจบแล้วคงต้องขอไว้ลายสักหน่อย” ธอร์กล่าว

 

นโปเลียนงับริมฝีปากล่างของตัวแน่นแล้วคลายออก “ผมก็แพ้ไม่ได้เหมือนกันฮะ!”

 

ลูกสนิชบินหนีด้วยความเร็วสูง มุ่งไปทางอัฒจันทร์ของคณาจารย์ ในตอนแรกซีกเกอร์ทั้งสองคาดเดาไว้ว่าเดี๋ยวลูกสนิชอาจจะหักเลี้ยวไปทางอื่นจึงไม่ชะลอความเร็วแต่อย่างใด แต่ทว่า ณ ตอนนี้มันกลับบินตรงเข้าไปใกล้มากขึ้นโดยไม่มีการเลี้ยวหลบใดๆทั้งสิ้น จนถึงช่วงระยะหนึ่งที่ใกล้อัฒจันทร์ของคณาจารย์มาก ธอร์เห็นจังหวะไม่ดีจึงบังคับไม้กวาดเลี้ยวออกไปก่อน แต่นโปเลียนนั้นด้วยความเป็นมือใหม่และยังควบคุมความเร็วไม่ชำนาญเท่าจึงชะลอไม่ทัน วินาทีนั้นเด็กชายจึงตัดสินใจกระโดดไปข้างหน้าแล้วยื่นแขนออกไปคว้าลูกสนิชไว้ทันที

 

แต่นั่นก็ทำให้ร่างเล็กหลุดจากไม้กวาดตกลงใส่บรรดาอาจารย์ที่นั่งอยู่ ท่ามกลางความตกใจของกองเชียร์

 

“เหวอออ…!!” เด็กชายหวีดร้องลั่นพลางหลับตาปี๋ คิดว่าคราวนี้หลังคงได้กระแทกพื้นเป็นแน่แท้ ทว่าสัมผัสแรกที่ได้รับคือวงแขนแข็งแรงที่โอบรับไว้ได้ทันท่วงที

 

เสืองฮือฮาดังชั่วขณะก่อนจะเงียบลงไป นโปเลียนที่หลับตาอยู่ค่อยๆลืมตาขึ้น พบว่าเจ้าของอ้อมแขนที่รับตนไว้คืออาจารย์ประจำวิชาเวทมนตร์คาถานั่นเอง ดวงตาสีฟ้าของเด็กชายเบิกกว้างอย่างอึ้งๆ ในขณะที่แววตาของศาสตราจารย์เมนเดซนั้นฉายแววห่วงใยอย่างชัดเจน สักพักซีกเกอร์ตัวน้อยจึงเรียกสติตัวเองกลับมาได้แล้วแบมือขวาออก…เป็นลูกสนิชที่ลอยนิ่งอยู่บนฝ่ามือเล็กของเขา

 

“นโปเลียน โซโล สามารถจับลูกสนิชทองคำได้ในที่สุด บ้านสลิธีรินได้ไปหนึ่งร้อยห้าสิบแต้มและเป็นฝ่ายชนะครับ!!” สิ้นเสียงประกาศของโฆษก อัฒจันทร์ฝั่งสลิธีรินก็โห่ร้องกึกก้องด้วยความยินดี ส่วนนโปเลียนนั่นอ้าปากค้างชั่วครู่ก่อนจะยิ้มกว้าง ด้วยความดีใจสุดขีดทำให้เด็กชายเผลอเด้งตัวขึ้นมาคว้าคอศาสตราจารย์เมนเดซแล้วกอดแน่น

 

“เย้ๆ ชนะแล้ว! นัดแรกของผม ผมชนะแล้ว!” เสียงเล็กตะโกนอย่างดีใจ ด้านศาสตราจารย์ที่ถูกกอดคอมีสีหน้ากึ่งนิ่งกึ่งตกใจเหมือนทำตัวไม่ถูก นโปเลียนผละออกมามองสบตาด้วยรอยยิ้มสดใส…รอยยิ้มที่ทำให้ศาสตราจารย์เมนเดซเผลอกระขับวงแขนที่โอบรอบร่างเล็กโดยไม่รู้ตัว

 

แต่แล้วนโปเลียนนึกได้ว่าตัวเองทำอะไรออกไปจึงรีบเอ่ยขอโทษแล้วลุกออกจากตักของอาจารย์ วิ่งกลับขึ้นไม้กวาดเพื่อบินไปรวมกลุ่มแสดงความยินดีกับเหล่ารุ่นพี่ในทีม ถือเป็นการเปิดฤกษ์ที่ดีสำหรับชัยชนะครั้งแรกในฤดูกาล

 

ในที่สุดแสงแห่งความหวังก็มาเยือนบ้านสลิธีรินเสียที

 

 

…………..“โอ๊ย นายนี่มันสุดยอดไปเลยนโปเลียน!” เกบี้ร้องพลางฉีกยิ้มกว้างด้วยความดีใจ ด้านฮีโร่ของบ้านก็หัวเราะชอบใจใหญ่ เขาเพิ่งสังเกตว่าแม้กระทั่งคู่กัดของตนอย่างเล็กซ์ยังดูมีท่าทางยินดีแล้วหันไปคุยกับเมอร์ซี่อย่างออกรสเลยทีเดียว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคนที่ดูจะดีใจสุดน่าจะเป็นพรีเฟ็คประจำบ้านของตนที่ดูจะเริงร่าและพร้อมเยาะเย้ยใส่พี่ชายผู้เป็นซีกเกอร์ของอีกฝั่งอย่างสะใจอยู่ไม่น้อย

 

“ขอบใจมากเกบี้…ฮู่ว จริงๆฉันเองก็นึกไม่ถึงว่าตัวเองจะทำได้” นโปเลียนพ่นลมหายใจพลางตบอกตัวเองเบาๆ อิลยาอมยิ้มแล้วเอ่ยว่า “นายทำดีมาก แข่งรอบต่อๆไปเอาให้ดีแบบนี้ด้วยล่ะ ปีนี้เราต้องชิงถ้วยชนะเลิศกลับมาจากพวกกริฟฟินดอร์ให้ได้เลย”

 

“เรื่องนั้นฉันรู้อยู่แล้ว ไม่ยอมแพ้ง่ายๆหรอก เชื่อมือฉันเถอะน่า” เด็กชายขยิบตาทะเล้นก่อนจะหันไปจัดการอาหารตรงหน้าอย่างรวดเร็วเนื่องจากการแข่งวันนี้ดูดพลังกายเขาออกไปมากพอสมควร ระหว่างที่ทานอยู่นั้น ใบหน้ากลมก็หันไปมองโต๊ะของคณาจารย์ด้านหน้า กวาดสายตามองจนเห็นว่าอาจารย์วิชาเวทมนตร์คาถากำลังมองมาที่เขา

 

‘ ยินดีด้วย ’

 

เสียงหนึ่งดังขึ้นในหัวทำให้เด็กชายชะงัก เขาจำได้ว่ามันคือเสียงของคนที่กำลังจ้องเขาอยู่นี่ล่ะ…แม้ว่านโปเลียนจะเป็นคู่ปรับกับศาสตราจารย์ แต่เขาก็รับรู้แล้วว่าอีกฝ่ายจริงๆไม่ได้ใจร้ายอะไร(ถึงจะทำตัวน่าหมั่นไส้บ้างก็เถอะ…) ซ้ำยังคอยฝากเครื่องดื่มนั่นนี่ผ่านศาสตราจารย์เวย์นมาให้อีก ไหนจะตอนที่แต่งตัวให้ตอนนั้นอีก…และล่าสุดก็ช่วยรับร่างเขาเอาไว้ตอนตกจากไม้กวาด ทุกอย่างดูเหมือนไม่ใช่การเสแสร้งทำดี นโปเลียนรู้สึกได้

 

เขาคือส่วนหนึ่งที่ทำให้เรามีกำลังใจ ทำให้เราได้ชัยชนะ…

 

นโปเลียนคิด จากนั้นจึงคลี่ยิ้มจริงใจให้…เรื่องที่ไม่คาดคิดก็คือศาสตราจารย์เมนเดซผู้ได้ชื่อว่ายิ้มน้อยรองจากผู้เป็นพี่ชายกลับแย้มรอยยิ้มให้ตนเช่นกัน

 

 

ในที่สุดระยะห่างระหว่างหัวใจสองดวงก็เริ่มลดลงโดยไม่รู้ตัว

 

 

 

TBC.


กลับมาแล้วค่ะ…/คลานมาแบบผีเหงื่อซก หายไปเป็นเดือนเลย ขออภัยที่ทำให้รอนะคะ y v y

 

ติชมได้ตามสะดวกเลยค่ะ อยากรู้ว่าคิดเห็นกันอย่างไง งุย ❤

Advertisements

3 thoughts on “Once Upon a Hogwarts [7]

  1. รอคอยเธอมาแสนนาน..ทรมานวิญญาณหนักหนา ในที่สุดก็มา ฟฟฟฟฟฟ
    พาร์ทนี้ดาเมจหัวใจพี่รุนแรงมาก ทั้งแขกรับเชิญ ความคิวท์ของซีกเกอร์ตัวน้อย อาจารย์แฝดสามแซะกันเอง และโมเมนต์ตอนจับลูกสนิทที่ทำเอาพี่หวีดร้องไม่เป็นภาษาเลยอ่ะดิว ฟหหหหหหหหห พวี๊ดดดดดดดดดดดดด
    ขำความซึนของศ.เมนเดซ บอกว่าเป็นกลาง แต่ตาจ้องซีกเกอร์ชุดเขียวตาไม่กะพริบเลยนะคะแหม่ หึๆๆๆๆ
    ไหนจะศ.แอฟเฟล็คที่งอแง(?) กับพี่คนโต และความกวนนิ่งๆของศ.เวย์น 55555555555555 ชอบโมเมนต์แบบนี้
    ขำตอนที่แนปเห็นพี่ชรัยยยครั้งแรก ที่บอกว่าตัวใหญ่มาก 5555555555555555555555555 ฮืออออ ทำไมนึกหน้าแนปน้อยเหวอๆแล้วขำ ไหนจะถูกหลอกชวนคุยอีก
    มาพูดถึงโมเมนต์จับลูกสนิชอีกครั้ง….ตอนอ่าน พี่ก็คิดๆว่าแนปจะตกไปยังไง ถ้าลงมาในอ้อมแขนศ.เมนเดซคงจะดีน่าดู แล้วก็เป็นงั้นจริงๆ แงงงง ฮฮฮฮฮฮฮฮ ฟินจนไม่รู้จะฟินยังไง แถมน้องก็ดีใจไปกอดอาจารย์อีก ฮือออออ น่าร้ากกกกก //ระเบิดตัวตาย
    แล้วในที่สุด…เขาก็เริ่มคุยกันดีๆ(ในใจ) แล้วค่ะคุณกิตติ //ปาดน้ำตา รอดูพัฒนาการต่อไป ฟฟฟฟฟ
    ขอบคุณน้องดิวสำหรับความน่ารักนี้ รอตอนต่อไป~

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s