The Tale of Snow – [Ben A./Henry C.]

Title      : The Tale of Snow

Pairing : Ben Affleck / Henry Cavill

Note      : โจทย์ benryweekly  – week 8 “From Tale to Legend”

_______________________________________

 

beautiful-snowflakes-wallpapers 09

ณ พื้นที่ในเขตหนาวแห่งหนึ่ง ซึ่งมีหิมะปกคลุมเกือบตลอดทั้งปี

มีเรื่องเล่าขานเกี่ยวกับ ‘ภูตหิมะ’ ซึ่งจะปรากฏตัวในวันที่มีพายุหิมะ

หลอกล่อผู้ที่พบเจอไม่ว่าหญิงหรือชายเพื่อดูดพลังชีวิตและนำพวกเขาไปสู่ความตาย

แต่บางคนก็กล่าวว่าภูติหิมะไม่ได้โหดร้ายถึงเพียงนั้น

พวกเขาคือจิตวิญญาณแห่งฤดูหนาว  ที่คอยพิทักษ์พื้นที่ที่เต็มไปด้วยหิมะเท่านั้น

แต่หากผู้ใดรุกล้ำเข้าไปในเขตหวงห้ามของภูตหิมะโดยไม่ได้รับอนุญาต จะต้องพบกับจุดจบของชีวิต

ว่ากันว่าภูตหิมะนั้นไม่มีหัวใจ

เย็นชาประหนึ่งหิมะที่อยู่รอบกายพวกเขา

..แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีเรื่องเล่าที่เกี่ยวกับความรักอันแท้จริงของภูตหิมะ  ที่มีให้กับมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง…

.

.

.

นานมาแล้วมีชายสองคนขึ้นไปหาฟืนบนภูเขา แต่ขากลับพวกเขากลับเจอพายุหิมะ

ทำให้เกิดความยากลำบากในการเดินทาง

“โอ๊ย ทำไมชีวิตฉันต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วย” ชายหนุ่มร่างเล็กกว่าบ่นอย่างหัวเสียขณะเดินฝ่าพายุหิมะที่ค่อนข้างแรงพอสมควร หรี่ตาลงเพื่อป้องกันหิมะเข้าตา มือสองข้างกระชับเชือกที่สะพายตะกร้าฟืนอยู่ด้านหลังแน่นไม่ให้มันหลุดปลิวไป

 

“เก็บแรงบ่นไว้เป็นแรงเดินเถอะแมตต์ ฉันเห็นแกบ่นมากกว่าเดินอีก” ชายตัวสูงกว่าที่เดินตามอยู่ด้านหลังตะโกนไล่หลังมา ตอนนี้ทุกอย่างดูย่ำแย่ลง ลมพายุที่พัดแรงขึ้น หิมะที่ถมหนาขึ้นเรื่อยๆจนพวกเขาก้าวไปเกือบไม่ได้ ท้องฟ้าเริ่มมืดพร้อมกับอากาศที่เริ่มหนาวกว่าเดิม “แมตต์! ฉันว่าเราคงไปต่อไม่ไหวแล้วล่ะ เราต้องหาที่พักแล้วนะ”

 

“ก็คงต้องอย่างนั้นแหละเบน” แมตต์ตะโกนตอบกลับมาก่อนที่เขาจะสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง “เฮ้ เบน! ตรงนั้นมีกระท่อม! ไปเร็ว!” เบนพยายามวิ่งฝ่าหิมะตามเพื่อนไปจนถึงจุดหมายในที่สุด

 

กระท่อมนี้ดูมีอะไรแปลกๆในความรู้สึกของแมตต์ ภายนอกดูเก่าร้าง แต่ภายในกลับถูกตกแต่งอย่างดี  ทุกอย่างภายในนี้ล้วนเป็นสีขาว พื้นไม้ไร้ฝุ่น เตียงนอนเดี่ยวทำจากไม้ปูด้วยผ้าปูสีขาวสะอาด และเก้าอี้โยกไม้สองสามตัวอยู่หน้าเตาผิงเล็กๆ

 

“กระท่อมสภาพดีๆไม่น่าจะมีอยู่ตามป่าตามเขาได้นะเนี่ย” แมตต์เปรยขึ้นขณะวางตะกร้าฟืนพิงไว้กับผนังห้องมุมหนึ่ง จากนั้นก็เดินไปนั่งเก้าอี้โยก “ทั้งที่ด้านนอกดูโทรมขนาดนั้น”

 

“ไม่รู้สิ อาจจะมีคนที่ขึ้นเขาประจำมาใช้บ่อยเลยต้องดูแลสม่ำเสมอก็ได้นะ….แต่ก็ไม่เคยได้ยินใครพูดถึงกระท่อมสะอาดๆแบบนี้เลย” เบนว่า

 

“แต่ทำไมต้องเป็นสีขาวล้วนล่ะ….?”

 

“พอเหอะน่าแมตต์ แกจะสงสัยอะไรมากมาย แค่มีที่ให้พักสำหรับผ่านคืนพายุหิมะนี่ไปได้ก็ดีแค่ไหนแล้ว รีบหาอะไรกินแล้วนอนพักผ่อนเถอะ เหนื่อยจะแย่”

 

“รู้แล้วล่ะน่า”

 

เนื่องจากแมตต์ขี้หนาวกว่า เบนจึงบอกให้แมตต์นอนบนเตียง เพราะยังไงก็มีผ้าห่ม ส่วนตัวเขาจะนอนที่พื้นเอง

 

ชายทั้งสองได้เข้าพักรอพายุหิมะหยุด แต่ดูเหมือนจะไม่ง่ายอย่างนั้น

พวกเขาจึงตัดสินใจนอนค้างแรมที่กระท่อมแห่งนี้

 และในคืนนั้นท่ามกลางพายุหิมะพัดโหมกระหน่ำ 

ประตูกระท่อมก็ได้ถูกเปิดออก

ลมหนาวที่พัดวูบเข้ามาทำให้ร่างใหญ่ที่นอนอยู่บนพื้นรู้สึกตัว เบนที่อยู่ในสภาวะกึ่งหลับกึ่งตื่นพลิกตัวไปทางฝั่งเตียงที่เพื่อนของเขาหลับอยู่ ก่อนที่ภาพตรงหน้าจะทำให้เขาเริ่มตาสว่าง

 

ร่างของชายผู้หนึ่งในชุดสีขาวล้วนกำลังโน้มตัวลงไปหาเพื่อนของเขาแล้วเป่าไอสีขาวจางใส่หน้า ใบหน้าดูซีดขาวจนน่ากลัว เบนถึงกับตกใจจนอุทานอะไรไม่ออก ในตอนนั้นเองที่ใบหน้าซีดขาวค่อยๆหันมาทางเขาพอดี ชายหนุ่มจึงได้เห็นดวงตาสีฟ้าสดที่ฉายแววเย็นชาไม่แพ้ลมหนาวที่กำลังพัดเข้ามาเลย เบนยันตัวลุกขึ้นถอยชิดจนติดผนังเมื่อร่างนั้นค่อยๆย่างเข้ามาใกล้

 

“นี่ไม่ใช่ที่ที่จะให้ใครมาพักผ่อน ผู้ใดที่รุกล้ำเข้ามาในเขตหวงห้ามจะต้องตายทุกคน” น้ำเสียงเย็นยะเยือกจับขั้วหัวใจคนฟัง เบนเข้าใจกระจ่างชัดทันทีว่าชายตรงหน้าไม่ใช่คนธรรมดา….เขาเจอ ‘ภูตหิมะ’ เข้าให้แล้ว ร่างสูงรีบก้มหัวขอโทษขอโพยด้วยความกลัว

 

“ผมขอโทษ! ผมกับเพื่อนไม่ได้ตั้งใจจะมารุกล้ำเขตอะไรของท่านเลย…พวกเราแค่ติดพายุหิมะกลับลงไปไม่ได้เลยต้องหาที่พัก แล้วบังเอิญมาเจอที่นี้ก็เท่านั้น…อภัยให้พวกเราด้วย!”

 

ชายปริศนาหยุดนิ่ง ดวงตาฉายแววบางอย่างชั่วครู่ก่อนจะหายไป แล้วริมฝีปากซีดก็เอ่ยออกมาว่า “ข้าจะไว้ชีวิตเจ้าก็ได้…แต่จงจำไว้ว่า ห้ามนำเรื่องที่เจ้าเจอข้าในวันนี้ไปเล่าให้ใครฟังทั้งสิ้น”  เอ่ยจบร่างในชุดขาวก็เคลื่อนตัวออกจากกระท่อมไปพร้อมกับประตูที่ถูกปิดลง เบนที่เพิ่งตั้งสติได้จึงรีบลุกไปดูเพื่อนของเขาที่หลับอยู่บนเตียงทันที

 

“เฮ้ แมตต์..แมตต์ นายเป็นอะไรไหม?…..ไม่…ไม่ ไม่ ไม่…แมตต์!!!!!” ร่างกายของแมตต์เย็นเฉียบราวกับน้ำแข็ง เบนไม่ได้ยินเสียงลมหายใจของเพื่อนเขาอีกแล้ว…

 

นับตั้งแต่นั้นมา ชายหนุ่มผู้รอดชีวิตก็ไม่ได้เล่าเรื่องภูตหิมะให้ใครฟังอีก  เวลาล่วงเลยผ่านไปห้าปี  ในวันหนึ่งของฤดูใบไม้ผลิ ขณะที่เขากำลังเลือกซื้อของอยู่ในตลาด

“เฮน!” เสียงตะโกนเรียกชื่อที่ออกเสียงคล้ายชื่อของเขาทำให้เบนเงยหน้าจากแผงลอยขายผลไม้แล้วมองหาต้นเสียงเพราะนึกว่าเรียกตนเอง ก่อนจะพบว่าเจ้าของเสียงนั้นมองไปทางอื่น เบนจึงหันไปมองตาม และได้เห็นชายหนุ่มผิวขาวจัดผู้มีใบหน้างดงามกับดวงตาสีฟ้าสดกำลังส่งยิ้มพร้อมกับโบกมือให้คนที่เรียกเมื่อครู่ แต่แล้วก็บังเอิญหันมาทางเบนพอดี

 

อกด้านซ้ายเต้นไม่เป็นจังหวะ เบนไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองนั้นเผลอยิ้มออกไป เขารู้แค่ว่าตอนนี้เห็นชายที่ถูกเรียกว่า ‘เฮน’ อมยิ้มแบบเขินๆแล้วรีบหันกลับไปหาเพื่อนของเจ้าตัว

 

เขาตกหลุมรักทันทีตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เห็นหน้า

เบนมารู้ทีหลังว่าชายหนุ่มคนดังกล่าวชื่อเฮนรี่ เป็นคนจากนอกหมู่บ้านที่มาขออาศัยอยู่ที่หมู่บ้านชั่วคราว โดยพักอยู่ที่บ้านของเจเรมี่–หัวหน้าช่างไม้ประจำหมู่บ้าน ซึ่งก็โชคดีที่สนิทกัน เบนจึงสามารถหาเรื่องแวะเวียนไปที่นั่นได้…เพื่อที่จะได้เจอกับเฮนรี่…

 

“คุณมาที่นี่บ่อยๆไม่เบื่อบ้างเหรอครับ?” เฮนรี่ถามด้วยรอยยิ้มน้อยๆขณะที่กำลังเดินเล่นกับเบนอยู่บริเวณหลังบ้านหัวหน้าช่างไม้

 

“ไม่เบื่อหรอก…มาแล้วก็เจอสิ่งสวยๆงามๆตลอด จะให้ฉันเบื่อได้ยังไงล่ะจริงไหม?” เบนยิ้มกรุ้มกริ่มจนคนมองหน้าแดงแล้วหลบสายตาไปทางอื่นอย่างเขินๆ

 

“แต่ถ้านายกลัวว่าฉันจะเบื่อที่ต้องมาที่นี่บ่อยจริงๆล่ะก็นะ……” ร่างสูงเอ่ยขึ้นแล้วเว้นจังหวะไปชั่วขณะ ร่างเล็กกว่าเล็กน้อยจึงหันกลับมามองด้วยแววตาสงสัย คิ้วเรียวเลิกขึ้น

 

“นายก็ย้ายมาอยู่บ้านฉันสิ เฮนรี่”

 

ชายหนุ่มตาเบิกกว้าง ดวงตาสีฟ้าสบกับดวงตาสีเฮเซลที่ฉายแววอย่างมีความหมาย รอยยิ้มกรุ้มกริ่มเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นอ่อนโยนแทน

 

บรรยากาศรอบตัวเงียบสงบเหมือนรอให้เฮนรี่เอ่ยอะไรสักอย่างออกมา

 

ริมฝีปากสีสดเม้มแน่นอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะค่อยๆคลี่ยิ้มกว้าง เฮนรี่เคลื่อนตัวเข้าไปหาเบนแล้วกอดเอาไว้ ซุกใบหน้าที่หัวไหล่ของอีกฝ่าย “คุณนี่นะ…”

 

“ตกลงตามนั้นนะ?” เบนถามขณะยกแขนกอดตอบคนตัวเล็กกว่า ก้มมองคนในอ้อมกอด

 

“ตามนั้นเลยครับเบน”

 

หลังจากนั้นเฮนรี่ก็ย้ายมาอยู่ที่บ้านของเบน….เบนพบว่าเฮนรี่เป็นคนที่ตัวค่อนข้างเย็น ไม่ว่าอากาศจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร ร้อนแค่ไหนก็ตาม ผิวของชายหนุ่มจะเย็นอยู่เสมอ

 

“ฉันกลับมาแล้วเฮนรี่” เบนเอ่ยเรียกคนรักขณะเปิดประตูบ้านเข้ามา เขาเพิ่งกลับมาจากการทำงาน ไม่นานนักร่างของเฮนรี่ก็เดินออกมาจากทางห้องครัว

 

“ยินดีต้อนรับกลับครับ” ใบหน้าสวยยิ้มสดใสพร้อมจุมพิตที่แก้มเบาๆทำให้ร่างสูงรู้สึกหายเหนื่อยไปเกือบครึ่ง “คุณคงกลับมาเหนื่อยๆ เดี๋ยวผมไปเอาน้ำเย็นๆมาให้”

 

“เหนื่อยจริง แต่ไม่อยากได้น้ำเย็นเลย….” เบนแสร้งเอ่ยเสียงล้าๆพลางเอื้อมมือไปจับมืออีกฝ่ายแล้วยกขึ้นทาบแก้มของตัวเอง…ทั้งที่เป็นความเย็นแท้ๆแต่เขากลับรู้สึกอบอุ่นเมื่อได้สัมผัส  เฮนรี่มองการกระทำของคนรักแล้วส่ายหน้าอย่างระอาปนขำ “แค่มือผมมันทำให้หายร้อนไม่ได้หรอกนะครับเบน”

 

“ฉันรู้น่าว่าแค่มือมันไม่ช่วยให้หายร้อน….” เบนว่าแล้วช้อนตัวอีกฝ่ายขึ้นมา เฮนรี่อุทานเสียงหลงเมื่อร่างของตัวเองถูกวางลงบนโซฟาพร้อมกับร่างหมีๆที่ตามมาคร่อมอยู่ด้านบน ใบหน้าหล่อเหลายิ้มเจ้าเล่ห์ “ก็เลยอยากได้ทั้งตัวเย็นๆแทนไง”

 

“เบนครับ..ไม่เอาสิ…เดี๋ยวผมต้องทำมื้อเย็นต่อนะ” เฮนรี่ปฏิเสธแบบไม่จริงจังสลับหัวเราะร่วนเมื่อจมูกโด่งของอีกฝ่ายซุกไซ้ไปตามลำคอ หนวดเคราจิ้มผิวจนเขารู้สึกจักจี้

 

ดูท่าอาหารเย็นที่กำลังทำคงต้องเก็บไว้เป็นมื้อดึกอีกแล้วสิ..

 

 

ทั้งสองใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข วันเวลาผ่านไปเแปดปี …ชายตัดฟืนพบว่าคนรักของเขาไม่มีวี่แววว่าจะแก่ลงเลยสักนิดเดียว ใบหน้ายังคงงดงามเหมือนวันแรกที่พบกันเมื่อหลายปีก่อนอย่างน่าประหลาด

ในช่วงกลางดึกของคืนหนึ่งในฤดูหนาว เขาจึงเอาแต่จ้องมองคนรักของเขาไม่วางตา

“เบน…คุณมีอะไรหรือเปล่าครับ?” เฮนรี่เอ่ยถามด้วยความสงสัย ชายหนุ่มชวนเบนออกมาหลังบ้านเพื่อดูดาวเนื่องจากคืนนี้ท้องฟ้าโปร่ง ไม่มีเมฆหรือหิมะ เบนตอบตกลง แต่ตั้งแต่ออกมายืนอยู่ตรงนี้ คนรักของเขาเอาแต่มองใบหน้าของเขา ไม่ได้เงยหน้ามองท้องฟ้าเลย ชี้ให้ดูกลุ่มดาวนั่นนี้ก็แล้ว

 

“นายดูไม่แก่ลงเลยนะเฮนรี่” เบนเปรยขึ้นหลังจากเงียบมานาน มือใหญ่ยกทาบแก้มใสของคนรักเบาๆ เฮนรี่อมยิ้มแล้วเอ่ยเสียงกลั้วหัวเราะ “ผมก็มีเคล็ดลับในการดูแลตัวเองนะครับ ไม่อยากปล่อยให้แก่ไปตามกาลเวลาเหมือนพ่อหมีแถวๆนี้หรอกนะ”

 

ตามปกติแล้วเบนจะหัวเราะแล้วหยิกแก้มหรือหอมแก้มเฮนรี่อย่างหมั่นเขี้ยว แต่คราวนี้เบนกลับมองแบบครุ่นคิดอะไรบางอย่าง มือที่ทาบแก้มเมื่อครู่เปลี่ยนมากุมมือเฮนรี่ไว้หลวมๆ

 

“นาย….ทำให้ฉันนึกถึงใครบางคน”

 

“…ใคร..เหรอครับ?” เบนเงยหน้ามองท้องฟ้าก่อนจะเล่าออกมาว่า “ภูตหิมะน่ะ เขาผิวขาวๆ ตาสีฟ้าๆเหมือนนายเลย ฉันจำหน้าเขาไม่ค่อยได้เพราะมันก็นานแล้ว….เป็นเรื่องเมื่อสิบสามปีก่อนที่ฉันกับเพื่อนขึ้นไปหาฟืนบนเขาแล้วเจอพายุหิมะตอนขากลับ” เพราะเบนมองท้องฟ้าขณะเล่าจึงไม่ทันสังเกตว่ารอยยิ้มบนใบหน้าขาวของคนฟังเริ่มหายไป

 

“กระท่อมที่เราพักมันใหม่จนแปลกมาก สุดท้ายกลายเป็นเขตหวงห้ามของภูตหิมะเฉยเลย..แล้วเขาก็เอาชีวิตเพื่อนฉันไป.. แต่ก็ไว้ชีวิ– …เฮนรี่ นายเป็นอะไรไป?” ร่างสูงชะงักการเล่าไปเมื่อเห็นร่างของคนตรงหน้าสั่นระริก ก่อนที่จะสะดุ้งหนักเมื่อมือที่เขากุมอยู่เย็นเฉียบแบบฉับพลันจนเหมือนน้ำแข็งจนจับต่อไม่ได้ เบนรีบปล่อยมือเฮนรี่ทันที “เฮนรี่….เฮนรี่????”

 

“คุณผิดสัญญา…..” คนรักของเขาเอ่ยเสียงเย็น เฮนรี่ค่อยๆถอยห่างออกไป ท้องฟ้าโปร่งเมื่อครู่เริ่มมีหิมะตกลงมา ก่อนที่ลมจะโหมเข้ามาแรงจนเกือบจะกลายเป็นพายุหิมะขนาดใหญ่

 

“เฮนรี่….ทำไมนายถึ–”

 

“คุณเคยรับปากกับผมว่าจะไม่เล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังเด็ดขาด…จำได้ไหมครับเบน…?” ดวงตาของเบนเบิกกว้างทันทีเมื่อได้ประโยคของเฮนรี่ …..เฮนรี่คือภูตหิมะที่เขาเจอในคืนนั้น !?

 

“เฮนรี่! ฉัน..ฉันขอโทษ!” ร่างสูงตะโกนสุดเสียงแล้วพยายามเข้าไปหา แต่ลมที่พัดแรงมากทำให้เขาก้าวไปแทบไม่ได้

 

“คุณเล่าออกมาทำไมครับเบน…คุณเล่าออกมาทำไม…” แววตาดุดันเมื่อครู่ของชายหนุ่มค่อยๆอ่อนลงก่อนที่น้ำใสๆจะเริ่มคลอหน่วย เฮนรี่เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเจ็บปวด “รู้ไหมว่าถ้าคุณผิดสัญญากับผม…ผมจะต้องฆ่าคุณนะครับเบน…”  ….เบนรู้สึกเหมือนหัวใจโดนทุบจนเจ็บไปหมดยามที่เห็นใบหน้างดงามของคนรักเต็มไปด้วยน้ำตา เขาอยากวิ่งเข้าไปกอดปลอบเหลือเกิน แต่ ณ ตอนนี้ เขาขยับตัวไม่ได้เลย

 

“แต่ผมทำไม่ได้….เพราะผมรักคุณ…แต่ผมก็คงอยู่กับคุณต่อไม่ได้แล้ว..” ได้ยินดังนั้นเบนจึงตะโกนออกไปสุดเสียง

 

“ไม่นะ เฮนรี่!..อย่าไป! ขอร้องล่ะ! ฉันขอโทษจริงๆ ฉันรักนายนะเฮนรี่…อย่าไปเลย!”

 

ร่างในชุดคลุมกันหนาวกลายเป็นอาภรณ์สีขาวของภูต เฮนรี่เคลื่อนตัวเข้ามาก่อนที่ริมฝีปากแสนเย็นจะประทับกับริมฝีปากอุ่นของเบนอย่างนุ่มนวล..และเนิ่นนาน

 

จูบสุดท้ายก่อนการจากลา

 

“ผมรักคุณมากนะครับ…ขอบคุณสำหรับช่วงเวลาแปดปีที่ผ่านมา……ลาก่อนครับเบน”

 

ลมกรรโชกแรงจนเบนต้องหลับตาแน่น และเมื่อทุกอย่างสงบลง เบนจึงลืมตาขึ้นมา…และพบว่าตนเองยืนอยู่ตามลำพัง ร่างสูงทรุดตัวลงบนพื้นหิมะอย่างหมดแรง น้ำตาค่อยๆไหลออกมาด้วยความเสียใจ

ภูตหิมะไว้ชีวิตของชายตัดฟืน และเลือกที่จะจากคนรักของตนไป โดยไม่หวนกลับมาอีกตลอดกาล

 

 

 

THE END

________________________________________________________________________________

ฟิคตอนนี้เราเลือกตำนาน ‘ยูกิ อนนะ’ หรือ ‘สตรีหิมะ’ ของญี่ปุ่นมาค่ะ…เป็นเรื่องเล่าแถบฮอกไกโด ช่วงทางเหนือของญี่ปุ่นที่หนาวๆเยอะๆ สาเหตุเพราะ../เพราะอะไรหว่า555  คือเห็นเฮนรี่เป็นคนผิวขาวแบบน่ารักมากอ่ะค่ะ ขาวละมุนมาก/ยิ่งตอนหนุ่มน้อยนี่ยิ่งฟหกด่าสว ก็เลยเป็นที่มาของการเลือกเรื่องนี้ค่ะ…ตอนเลือกก็รู้นะคะว่าตอนจบเป็นยังไง…แต่ก็ไม่เป็นไรค่ะ/ร้องไห้

จริงๆเราปรับอะไรหลายอย่างเลย ยูกิอนนะเป็นผู้หญิง เราก็ใช้คำว่าภูตหิมะแทนชื่อ(มีค่าเท่ากัน) ตามตำนานเธอจะต้องมีลูกกับพระเอก(มิโนะคิชิ) ตอนแรกกะจะให้เบนรี่ไปรับเลี้ยงเด็กชื่อเอซร่าด้วยซ้ำ……. สำหรับตัวละครที่ชื่อเจเรมี่นั้นก็คือลุงมี่ผู้รับบทลูกพี่-เอ้ย-พ่อบ้านของบรูซ เวย์นใน BvS นั่นแหละค่ะ และอีกอย่างหนึ่งที่ต้องขออภัยก็คือเฮียแมตต์ ขอโทษสำหรับบทที่ให้นะคะ ฮฮฮ/จริงๆต้องเป็นชายแก่กับลูกชาย แต่ปรับให้เป็นเพื่อนแทนเถอะ y w y

 

Advertisements

6 thoughts on “The Tale of Snow – [Ben A./Henry C.]

  1. ฮืออออออออ ดราม่า… ดราม่าตั้งแต่แรกเริ่มเลยค่ะแง แอบสงสารแมตต์.. ออกมาหน่อยเดียวก็ตายซะแล้ว.. แต่พออ่านจบสงสารคุณเบนมากกว่าฮืออ คุณเบนก็คงแบบ.. อยากเล่าเรื่องที่เจอมาให้รี่ฟังแต่ไม่คิดว่าการเล่านั้นมันจะเป็นภัยไป แงงงง.. แต่ก็เข้าใจรี่นะคะ ชอบช่วงที่อยู่ด้วยกันจังเลยค่ะ อบอุ่นรี่น่ารักมากด้วยช่วงอยู่กับคุณเบนเหมือนคนละคนกับตอนแรกเลย.. ชอบนะคะะะ ขอบคุณสำหรับฟิคค่ะะ

  2. เศร้ามากเลยค่ะ สางสารป๋าเบนมาก เพราะป๋าเชื่อใจรี่มาก รักมากเลยกล้าเล่าให้ฟัง แต่รี่ไม่เข้าใจ แต่ยังดีที่มีสวีทตอนกลางๆเรื่อง

  3. สงสารทุกคนในฟิค /กรีดร้อง/ เราก็เข้าใจคุณเบนนะคนรักรักกันจุดๆหนึ่งความลับอะไรก็เล่าให้กันฟังได้ แต่รี่ก็ทิ้งไป แล้วคุณจะอยู่ยังไงเสียทั้งเพื่อน เสียทั้งแฟน แล้วมารู้ว่าแฟนฆ่าเพื่อนอีก มันต้องเป็นความอ้างว่างมากๆ T^T

  4. ก่อนหน้าตอนอ่านตำนานไม่อินหรอกค่ะ แต่พอมาอ่านฟิคนี้แล้วรู้สึกแบบ ฮืออออออ ไม่ไหวแล้ว รี่ทำไมต้องทิ้งเบนไป อยู่ต่ออีกนิดได้มั้ย กำลังเขินๆตอนเจอกันอยู่เลย เพลงอยากหยุดเวลาดังขึ้นมาเลย ฮือ ขอบคุณนะคะ

  5. แงงงง เศร้าจังเลยค่ะ สงสารทั้งคู่เลย แมตต์ก็โผล่มาแป๊ปเดียวตายซะละ 555 เหมือนกำลังอ่านนิทานอยู่เลยค่ะ ชอบบรรยากาศ ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s